Google
 

Philosophy

อ้างอิงประวัติสุมาอี้จาก : http://my.dek-d.com/writer/story/viewlongc.php?id=10590&chapter=33

รูปจาก หงสาจอมราชันย์


หลังจากดูสามก๊กที่ทาง TPBS จบแล้วก็เกิดอยากเขียนถึงตัวละครเรื่องนี้

แผ่นดินจีนได้แยกออกเป็นสามส่วน

เล่าปี่ครองจ๊ก(ฉู่)ก๊ก ทางทิศตะวันตก

โจโฉ ครองวุ่ย(เว่ย)ก๊ก ทางทิศเหนือและตะวันออก

ซุนกวน ครองทิศใต้

และท้ายที่สุด คนที่ชนะที่แท้จริงคือคนแซ่สุมา...นั่นคือสุมาเอี๋ยนหลานของสุมาอี้ได้ครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งต้าจิ้นที่ยึดอำนาจแซ่โจ ซึ่งเป็นลูกหลานของโจโฉหมดสิ้น และสุดท้ายจีนก็เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง....

นั่นแสดงให้เห็นว่าสุมาอี้นั้นคือผู้ชนะที่แท้จริงของเรื่องสามก๊ก

ประวัติสุมาอี้อ่านเอาในลิงค์ข้างบนนะครับ แต่จะแกะสิ่งสำคัญมาไว้

หาใช่ ขงเบ้งผู้มากด้วยสติปัญญา หาใช่โจโฉผู้เก่งการรบ หาใช่ซุนกวนผู้เก่งการใช้คน..

  • สุมาอี้เป็นคนที่อดทน และไม่ฆ่าห่านเพื่อเอาไข่ คล้ายมั้ยครับกับพวกทำธุรกิจระยะยาวหรือเล่นหุ้น
  • สุมาอี้ไม่สนใจคำยุแยงตะแคงรั่วของฝ่ายตรงข้ามเวลาออกศึกแล้วยั่วให้ออกมารบ
  • สุม้าอี้่อดทนต่อคำด่าทอ เย้ยหยัน เช่นตอนที่ถูกหาว่าขี้ขลาดไม่ยอมรบไปสวมกระโปรงเสียดีกว่า ซึงสุมาอี้รู้ดีว่าเป็นกลลวงของขงเบ้ง จึงไม่ออกรบ .... (~ไม่เหมือนผู้นำประเทศบางคนที่น็อตหลุดเวลานักข่าวโดนยั่วยุ )
  • สุมาอี้ไม่ทำตัวเด่น ไม่รับตราตั้งที่โจจิ๋น แม่ทัพของฝ่ายเว่ยให้ เพราะเกรงว่าจะโดนพวกขี้อิจฉารังควาญซ้ำสอง
  • สุมาอี้แกล้งไร้ศักดิ์ศรี เพื่อชัยชนะที่แท้จริงได้ เรียกว่าฉลาดแต่แกล้งโง่ได้

ทำไมสุมาอี้ถึงยึดอำนาจได้?

ประการแรก สุมาอี้สอนลูกของตนสองคนให้รู้วิธีปกครองตน

ประการที่สอง สุมาอี้วาง "เครือข่าย" และเส้นสายจำนวนมากในวังหลวง

ประการที่สาม สุมาอี้วางแผนไว้ตั้งแต่แรกที่รอให้สิ้นบุญ โจยอย หลานของโจโฉเสียก่อนและจึงค่อยรัฐประหาร ยึดอำนาจโจซอง และคุมอำนาจเป็นมหาอุปราชไว้ เอาโจมอเป็นแค่หุ่นเชิด

แม้ว่าสุมาอี้จะตายเพราะโรคชรา แต่ลูกหลานของสุมาอี้ก็เป็นผู้ชนะในที่สุด

คนที่เก่งที่สุด...บางทีอาจจะแพ้ก็เป็นได้ สุดท้ายก็รากเลือดตาย

(แต่หนังสือหลายเล่มชอบเขียนว่าขงเบ้งหลอกสุมาอี้ได้แม้ตายแล้ว)  

คติที่ได้คือ "ความอดทนนั้นขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ "

 

edit @ 27 Apr 2008 00:43:29 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

เรายกโทษให้ศัตรู แต่เราจำชื่อเขาไว้

เราเกลียดความผิดบาป แต่เราให้อภัยคนบาป

เราเกลียดพรรคการเมืองหนึ่งๆ แต่เราอย่าเกลียดคนชอบพรรคการเมืองนั้นๆ

เราเกลียดงานขาย แต่เราอย่าเกลียดคนขาย

เราเกลียดฟอร์เวิร์ดเมลล์ แต่เราให้อภัยเพื่อนที่ฟอร์เวิร์ดมา( อาจจะไม่เจตนาก็ได้)

เราเกลียดแมว แต่อย่าเกลียดคนรักแมว

เราไม่ชอบ Microsoft แต่เราอย่าไปด่าคนชอบ Microsoft

เราไม่ชอบเล่นเกมๆหนึ่ง ก็อย่าไม่ชอบคนเล่นเกมนั้นๆ

เราไม่ชอบคนๆหนึ่ง ก็อย่าเกลียดผู้นิยมชมชอบคนนั้นๆ

 

"คนชอบข้าวมันไก่ ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับคนชอบกินข้าวขาหมู"

 

ไม่มีอะไรเขียนว่างๆเลยเพ้อไปเรื่อยคร้ับ

 

 

แกะดำบางทีก็ดีนะ

posted on 11 May 2008 23:20 by shuu  in Philosophy
คำว่าแกะดำมักหมายถึง ผู้มีพฤติกรรมผิดแผกไปจากกลุ่ม
เช่น
เกิดในนา ก็ต้องปลุกข้าวเหมือนคนอื่นๆ
เห็นเพื่อนๆเล่น ก็ต้องเล่นตาม
เห็นเพื่อนๆแดกเหล้า ก็แดกตาม
รับน้อง ก็ต้องรับน้องตาม เดี๋ยวแพ้มหาลัยอื่น
แหกปากร้องเพลงเชียร์ ก็ต้องเชียร์ตาม
ชวนไปก่อม็อบเสื้อเหลือง ก็เฮไปตามเป็นล่ำเป็นสัน ก็ตาม
คลั่งดารา ก็คลั่งตาม
ดังสำนวนไทยที่ว่า
"เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"
หรือสำนวนอังกฤษเขียนไว้ว่า
"When you are in Rome, do as romans do"
โดยเฉพาะสังคมไทย เป็นระบบที่
"ใครแก่กว่า คนนั้นเก่งกว่า ถูกเสมอ"
"รุ่นน้องต้องฟังรุ่นพี่"
"ลูกต้องตามปู่ย่าตาทวด เพราะ อาบน้ำร้อนมาก่อน"
เพราะสังคมไทยชอบเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ
ระบบ SOTUS จึงยิ่งเหมาะกับสังคมไทย
"ใครคือแกะดำ คนนั้นจะถูกตราหน้าว่านอกคอก ชาตินี้ทำอะไรก็ไม่เจริญ"
เนื่องจากคำว่า
S=Seniority ต้องเชื่อฟังผู้อาวุดส แม้ว่าอายุจะแค่บ่งบอกว่า อยู่ในโลกนี้มานานกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าฉลาดกว่า
แต่เชื่อหรือไม่ว่า
แกะดำนี่แหละ ทำให้เป็นสิ่งที่ผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆบนโลกได้
ในประเทศนิวซีแลนด์นั้นเป็นชาติหนึ่งที่นิยมเลี้ยงแกะ เป็นสัตว์เศรษฐกิจ
แกะดำเป็นแกะที่ราคาแพงกว่าแกะขาว
นั่นเป็นเพราะ
ในฤดูหนาวนั้น หิมะปกคลุมฝูงแกะ ทำให้ไม่สามารถแยกฝูงแกะได้ง่าย
แต่ในฝูงหนึ่งจะมีแกะดำอยุ่อย่างน้อยหนึ่งตัว เพื่อให้สามารถแยกแยะฝูงแกะได้ง่าย
และทำให้แกะมองเห็นพรรคพวกมันที่อยุ่ไกลลิบลิ่วได้
แค่ไม่เหมือนเพื่อนเพียงคนเดียว
ก็สามารถช่วยเพื่อนที่เหลือไม่ให้หลงฝูงได้
ในความเป็นจริงแล้ว แกะดำหลายคนที่ทำให้โลกสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้
กาลิเลโอ กาลิเลอี:เป็นเจ้าหนุจำไม คิดต่าง จนเพื่อนๆว่าเป็นแกะดำ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ :เป็นเด็กเฉื่อยชา ชอบคิดนอกกรอบเสมอ และตอบคำถามไม่เหมือนชาวบ้านเขา
ทอมัส อัลวาเอดิสัน :ไม่สนคำดูถูกว่าจะเรียนไม่เก่ง และชอบทำอะไรผิดแผกจากเพื่อน
สองพี่น้องตระกูล ไรท์ : ไม่สนคำดูถูก และพวกทำลายเซลล์สมอง ว่าเครื่องบินเหรอ เป็นไปไม่ได้
นักบุญ โจน ออฟ อาร์ค: ออกรบทั้งที่เป็นผู้หญิง และกอบกู้ฝรั่งเศสจากอังกฤษได้ แม่ว่าจะถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดก็ตาม
จักรพรรดิ นโปเลียน: ผู้ไม่เคยเกรงว่าส่วนสูงจะเป็นอุปสรรคในการปกครองประเทศ และทำลายธรรมเนียมการสวมมงกุฏจักรพรรดิโดย
การสวมให้ตนเอง (ปกติต้องให้โป๊ปเป็นผู้สวมให้)
บิลล์ เกตส์ : ผู้ไม่สนใจคำปรามาศว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ทุกบ้านจะมี PC ใช้ ในเมื่อสมัยนั้นคอมพิวเตอร์ไม่มี
และยังมีคนสำคัญอีกมากมายที่เป็น "แกะดำ" แต่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ "แกะขาว" ทั่วไปได้ประโยชน์มหาศาล
ดังนั้น
เริ่มที่จะแตกต่าง ทำต่าง ในสิ่งที่สร้างสรรค์แล้วหรือยัง...
........
แถมท้ายนิดนึง
จากสถิติของคนอเมริกาพบว่า
หากนำทรัพย์สินของคนบนโลกทั้งหมดมารวมกัน
90% ของคนบนโลกมีทรัพย์สินรวมกันเท่ากับ 10% ของคนที่เหลือ
......
และพบว่า
5% ของคนบนโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอีก 95% บนโลกและไม่เป็นภาระให้กับรัฐในการให้บำเหน็จบำนาญ
หรือเป็นวัยภาระ...
นั่นแปลว่าแกะดำเหล่านั้นเป็นส่วนน้อย
และเป็นภาระน้อยกว่าที่คุณคิดนัก!!
จงอย่าดูถูกคนที่คิดต่างจากคุณ(ในสิ่งที่สร้างสรรค์)
เพราะคนกลุ่มนี้แหละที่ผลักดันสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นบนโลกได้
 
และถ้่าจะบอกว่า พวกแกะดำที่ล้มเหลวมันก็มี
ถูกแล้วครับ คนล้อมเหลวมันมีมากกว่าคนสำเร็จ
 
ไม่เชื่อก็ลองเทียบดูครับ
เปอร์เซ็นต์คนเอนท์ติดคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศ?
และคนที่จบมามีคุณภาพชีวิตที่ดีมีกี่คน
 
ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องฟังคนที่ล้มเหลว
แต่รับเอากับดักที่เค้าล้มเหลวมาอุดรอยรั่วคงจะดีกว่า ที่จะไปตามคนล้มเหลว
 
เหมือนมีวันนึงมีคนมาบอกคุณว่า:
อย่าไปเป็นมันเลย หมอน่ะ เหนื่อยนะ เดี๋ยวโดนคนไข้ฟ้อง
อย่าเป็นมันเลยวิดวะคอมนะ เหนื่อยนะ  ตาเสียด้วย อยู่แต่หน้าคอม
 
ถ้าท่านฟังแกะขาวแต่ละสาขามากๆ ท่านอาจจะไม่ต้องทำห่าอะไรซักอย่างก็ได้
 
กล้าคิด กล้าฝัน กล้าแตกต่าง เถอะครับ  

 

 

ขอบคุณ rep1 ครับ แก้แล้ว :E

edit @ 12 May 2008 00:09:04 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

edit @ 12 May 2008 01:05:22 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)