Google
 

News

เมียงูหายแล้ว...

posted on 17 Apr 2008 13:06 by shuu  in News

คลิกดูความเดิมตอนที่แล้ว :มีเมียเป็นงูรายการ At Ten

ขอบคุณ :http://www.thainn.com/exchange/temp_news.php?type1=1&type2=4&page=0&topic=2718&view=0

เมียงูหายลึกลับ​-​ผัวน้ำ​ตาคลอ

ตื่นมา​ไม่​เจอเชื่อกลัวร่างทรงพลัดพราก

"​เมียงู​" ​หายตัวลึกลับกลางดึก​ "ผัวงู​" ​ถึง​คอตก​-​น้ำ​ตาคลอ​ ​เผยก่อน​จาก​ ​เมียฉก​-​นอนคนละมุมห้อง​
เชื่อเจ้า​ ​ตัวหนี​ไปเอง​เพราะ​กลัวถูกมือที่​ 3 ​ทำ​ให้​พลัด​ ​พราก​ ​ยัน​จะ​ไปรอที่​ ​ๆ​ ​เคยพบ​กัน​ทุกวัน​ ​จนกว่า
จะ​ได้​เจออีกครั้ง​ ​ด้าน​ “​ปู่ยวน​” ​ร่างทรง​ ​มุ่งหน้าประกอบพิธีอัญเชิญ​ “​เมียงู​” ​กลับบ้านเกิดที่บึงชวน​
เกือบวางมวยญาติผัวงู​ เชื่อเจ้าตัวกลายร่างไปเยี่ยมพ่อแม่ช่วงเทศกาลสงกรานต์​ ​เผย​จะ​กลับมา​เอง
หาก​ต้อง​การ​


ปิดตำ​นานรักต่างเผ่าพันธุ์​ “​เมียงู​” ​เลื้อยหนีหายตัวลึกลับช่วงเทศกาลสงกรานต์ครั้งนี้​ ​เปิดเผยขึ้น
เมื่อเวลา​ 09.00 ​น​. ​วันที่​ 16 ​เม​.​ย​. ​ผู้​สื่อข่าวประจำ​จังหวัดอุดรธานี​ ​รีบเดินทางไปตรวจสอบที่พักของ
นายเสถียร​ ​เคนกุดรัง​ ​อายุ​ 35 ​ปี​ ​อยู่​บ้านเลขที่​ 82 ​หมู่​ 2 ​บ้านดอนย่านาง​ ​ต​.​นาข่า​ ​หนุ่มเมียงู​ ​หลัง​จาก
ได้​รับแจ้งว่า​เมียงู​ ​ที่นายเสถียรเชื่อว่า​เป็น​ “​พระนางสิทธิดา​” ​ธิดาของพระยานา​โค​ ​คู่รักที่ตามหา​กัน
มาหลายชาติภพ​ ​หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเวลา​ 03.00 ​น​. ​วันเดียว​กัน​ ​โดย​พบว่ามีชาวบ้านจับกลุ่มวิพากษ์
วิจารณ์​กัน​ไปต่าง​ ​ๆ​ ​นานา​ ​ส่วน​นักท่องเที่ยว​ ​จาก​ต่างจังหวัดจำ​นวนมาก​ ​ที่​เดินทางมาชมเมียงู​ ​ต่าง
ได้​รับ​ความ​ผิดหวังไปตาม​ ​ๆ​ ​กัน​

ต่อมา​เวลา​ 10.30 ​น​. ​นายยวน​ ​กองสุวรรณ​ ​หรือ​ “​ปู่ยวน​” ​ร่างทรงพระยานา​โค​ ​ราษฎรบ้านนาพู่​ ​พร้อม
พวก​ได้​เดินทางมา​ยัง​บ้านพักของนายเสถียร​ ​โดย​แจ้ง​ความ​ประสงค์ว่า​จะ​มาประกอบพิธีอัญเชิญ
พระนางสิทธิดา​ ​กลับไป​อยู่​ที่บึงชวน​
เนื่อง​จาก​พระยานา​โค​ ​เข้า​ร่างทรงบอกว่า​ให้​ตนมารับตัวพระนาง
สิทธิดา​ ​กลับไป​ ​เมื่อมา​ถึง​ก็ทราบว่า​เมียงู​ได้​หายตัวไป​แล้ว​ ​ขณะที่ญาติ​ ​ๆ​ ​ของนายเสถียร​ได้​แสดง​ความ
ไม่​พอใจ​ ​ชี้หน้าต่อว่านายยวนว่า​เป็น​ใครมา​จาก​ไหน​ ​มาอ้างตัวว่า​เป็น​ผู้​วิ​เศษ​ ​พร้อม​กับ​ไล่นายยวน​ให้
ออก​จาก​บริ​เวณบ้านไปทำ​ให้​เกิดการต่อล้อต่อเถียง​กัน​อย่างรุนแรงจนหวิดวางมวย​ ​กระทั่งนายยวน
พร้อมพวก​ได้​ยอมกลับไป​ ​โดย​ไม่​มี​เหตุรุนแรง​

ด้านนายเสถียร​ ​หนุ่มเมียงู​ ​กล่าว​ด้วย​สีหน้า​เศร้าสลดว่า​ ​เมื่อคืนวันที่​ 15 ​เม​.​ย​. ​ตน​ได้​เข้า​นอน​ใน​รังรัก​
(กรง) ​กับ​เมียงูตั้งแต่ช่วงเวลา​ 20.00 ​น​. ​เพราะ​เหนื่อยอ่อน​จาก​การรับแขกมาหลายวัน​ ​ซึ่ง​โดย​ปกติ
ตน​จะ​นอนเล่น​กับ​เมียงู​ ​แต่​เมื่อคืนนี้ผิดสังเกต​เนื่อง​จาก​เมียงูหงุดหงิด​ ​ก้าวร้าว​ ​พอตน​จะ​เข้า​ใกล้​ก็​จะ
ฉกตนทันที​
​ตนเลย​ต้อง​แยกที่นอน​กัน​โดย​นอนคนละมุม​ ​โดย​ญาติพี่น้องของตนที่นอน​อยู่​รอบกรงต่าง
เห็นเมียงูนอน​อยู่​ด้วย​กัน​ ​จนกระทั่งเวลาประมาณ​ 04.00 ​น​. ​ตน​ต้อง​ตกใจตื่นขึ้นมา​เมื่อญาติ​ ​ๆ​ ​บอกว่า
เมียงูของตนหายไป​ ​ตน​ได้​พยายามหาช่อง​หรือ​รูที่คาดว่า​เมียงู​จะ​มุดลอดออกไปก็​ไม่​มี​ ​แต่​ใน​เช้า​วันเดียว
กัน​นี้​ ​หลัง​จาก​ที่​เมียงูของตนหายไปตน​ยัง​ได้​ยินเสียงร้องของเมียงู​ 2 ​ครั้ง​ ​เหมือน​เขา​จะ​บอกตนว่า​เขา
ยัง​อยู่​ใกล้​ ​ๆ​ ​จนช่วงตอนสายตนก็​เห็นนายยวน​ ​ร่างทรงมาที่บ้าน​และ​บอก​กับ​ตนว่า​จะ​มาอัญเชิญเมียงู
ของตนไป​อยู่​ที่บึงชวน​ ​บ้านนาพู่​ ​ต​.​นาพู่​ ​ทำ​ให้​ตน​เข้า​ใจว่าที่​เมียงูตนหายตัวไป​เนื่อง​จาก​รู้ว่านายยวน​
หรือ​ ​ปู่ยวน​ ​จะ​มาพราก​เขา​ไป​จาก​ตนเลยหายตัวไป

นายเสถียร​ ​น้ำ​ตาคลอเบ้า​เล่าต่อไปว่า​ ​ตน​ได้​เมียงูมา​เวลา​ 15.00 ​น​. ​ของวันที่​ 26 ​มี​.​ค​. ​แต่งงาน​กัน​วันที่​
3 ​เม​.​ย​. ​ซึ่ง​ปู่ยวน​ ​ร่างทรง​ได้​บอก​กับ​ตนว่า​ ​เขา​จะ​อยู่​กับ​ตนไปจน​ถึง​หลังสงกรานต์​แล้ว​พระนางสิทธิดา​
จะ​จาก​ตนไป​ ​และ​วันที่​เมียงู​ได้​จาก​ตนไป​เป็น​วันพุธที่​ 16 ​เม​.​ย​. 51 ​ถือ​เป็น​เรื่องแปลกที่ตรง​กับ​คำ​ทำ​นาย
ของร่างทรง​ ​อย่างไรก็ตาม​ ​ถึง​วันนี้ตนมีอายุ​ 35 ​ปี​แล้ว​ ​เพิ่ง​ได้​แต่งงาน​กับ​เมียงู​เป็น​ครั้งแรก​ใน​ชีวิต​ ​จาก
นี้​ไปตนก็​จะ​รอ​เขา​อยู่​อย่างนี้ตลอดไป​ ​และ​จะ​ไปหา​เขา​ ​ที่​ ​ๆ​ ​เคยพบ​กัน​ทุกวัน​ ​โดย​เชื่อว่าหาก​เป็น​เนื้อคู่​กัน
จริงก็คง​จะ​ได้​พบ​กัน​อีก​

ส่วน​นายยวน​ ​กล่าวว่า​ ​ก่อนหน้านี้นายเสถียรเคยบอกว่า​จะ​พา​เมียงู​ไป​อยู่​ที่บึงชวน​ ​แต่มาระยะหลังกลับ
ลืมคำ​พูด​ ​บอกว่า​จะ​ไม่​พา​เมียงูกลับไป​อยู่​ที่บึงชวน​ ​บ้านนาพู่อีก​ ​หากพ่อแม่คิด​ถึง​ให้​มาหา​เองที่บ้านดอน
ย่านาง​ ​และ​หลัง​จาก​นั้น​ ​พระยานา​โค​ ​ได้​มาสิงร่างตน​และ​บอกตน​ให้​มารับพระนางสิทธิดากลับไป​ ​เนื่อง
จาก​เป็น​ช่วงสงกรานต์ที่​จะ​ต้อง​ประกอบพิธีคารวะรดน้ำ​ดำ​หัวพ่อแม่​ (พระยานา​โค) ​ตน​จึง​เดินทางมาวันนี้
เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญดังกล่าว​ ​แต่พอมา​ถึง​ก็ทราบว่า​ ​พระนางสิทธิดา​ ​ได้​หายตัวไป​แล้ว​ ​เพราะ​งูตัวนี้​ไม่
ใช่​งู​ทั่ว​ ​ๆ​ ​ไป​ ​แต่​เป็น​งูผี​ ​ที่​สามารถ​แปลงกาย​ได้​ ​ไม่​มี​ใคร​จะ​ควบคุมตัว​ไว้​ได้​อย่างที่​เห็น​ ​และ​ที่​เป็น​เช่นนี้
ก็​เนื่อง​จาก​ว่าพระนางสิทธิดาประสงค์​จะ​กลับไปหาพ่อแม่ที่บึงชวน​ ​และ​จะ​กลับมา​เอง​โดย​ไม่​ต้อง​ติดตาม
หาตัว​ให้​เสียเวลา​.

 

==========================

ยิ่งอ่านแล้วยิ่งเวียนหัวจริง...= =''


ไม่ใช่อะไรครับ พอดีว่าเห็นเดลินิวส์วันนี้พาดหัวข่าวใหญ่โต! ใหญ่ยิ่งกว่าเศรษฐกิจ การเมือง อีกครับ

แสดงให้เห็นการตลาดของสื่อระดับรากหญ้า เห้ออออออ!!!

Junk Information เหล่านี้นี่แหละครับ ตัวถ่วงที่ทำให้ประเทศไม่พัฒนา

 

ตามความคิดผม: นายยวนอาจจะแค่อยากได้งุตัวนี้เลยแกล้งทำเป็นร่างทรงของพระยานาโคเสียมากกว่า..และการที่งูฉกนายสเถียรอาจเป็นเพราะอากาศร้อนเลยอารมณ์ไม่ดีก็ได้ การที่มันเลื้อยหนีก็เพราะมันคงร้อนและไปหาแหล่งน้ำหรือบึงอาศัยอยู่ เพราะบ้านคนมันร้อนกว่าในบึงเป็นไหนๆ หลายท่านคงเคยได้ยินข่าวงูร้อนไส้แตกตายคาถนนมาแล้ว ไม่น่าแปลกอะไรนะ

 

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : เมียงู-ผัวคน อวสานละคร จากเว็บ OK Nation

 

edit @ 17 Apr 2008 16:41:04 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

พอดีอ่าน Entry เรื่องเด็กไทยเมินเรียนหมอแล้วนึกเรื่องที่จะเขียนได้

พูดในฐานะที่พ่อแม่เป็นหมอ และสงสารพ่อทุกครั้งที่นอนดึกแล้วต้องไปทำคลอดให้คนไข้

ตังดีครับ แต่เหนื่อย

หมอคนไหนที่รวยขนาดเป็น ผอ. รพ. ก็ซื้อบ้านให กะเหรี่ยง หรือคนใช้อยุ่ ดูละคร

ในฐานะคนๆหนึ่งก็ขอเสนอมุมมองของคนเฝ้าดูหมอทำงานดังนี้

(คำเตือน : ผมเน้นความสะใจเป็นหลัก อย่าช็อกซะก่อนล่ะ)

1. หมอก็คนไม่ใชเทวดาที่ไหน ช่วยคนแม่งต้องรอดทุกราย

2. หมอก็ต้องทำมาค้าขาย ต้องการเงินมาดำรงชีวิตซื้อปัจจัยสี่ จะมาขายของ ขายยาขายนม ขายของเป็นอาชีพเสริม มันก็ไม่เห็นผิดตรงไหน

3. หมอก็ป่วยเป็นไม่ใช่พระเจ้า(เสือบเนื่องจากไป รร.ตอนประถม เวลาเป็นหวัด ครูชอบทัก "เป็นลูกหมอป่วยได้ไง") ไม่ใช่เครื่องกรองอากาศที่จะหยุดการไหลของเชื้อโรคเข้าสู่ปอดได้ ถ้าหมอป่วยไม่ได้ แล้วทำไมคนตัดผมถึงผมยาวได้ แล้วทำไมลูกครูหลายคนยังเรียนโง่ได้???

4. พวกรู้มากกว่าหมอ อวดดีหาอาหารเสริม ยากินเองได้...มันเรื่องของพวกคุณ..แต่โรคจากความเสื่อม คุณกินยาเองอาหารเสริมจากพวก HerbXXXX หรือ AGXX คุณอาจจะรอดได้ แต่ถ้าเป็นโรคจากไวรัส หรือขาขาดกะบาลแหก คุณก็ต้องพึ่งหมออยู่ดี

5. ไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้ตาย แต่เมื่อเฮีย สรxxxx หรือ คุณหญิง สุดาxxx เสือกประโคมข่าวหมอรักษาคนตายแล้วเรียกค่าเสียหายเยอะๆแล้วทำให้เค้าสิ้นเนื้อประดาตัว ที่ไอ้ลูกตำรวจที่เป็นปรีเซนเตอร์โถขี้ยิงคนตาย หรือไอ้หงิกขับรถชนคนตายไม่รุ้จักประโคม คุณก็รับค่ารักษาหลักพันเฉียดหมื่นไปก็แล้วกัน พอดีกลัวถูกฟ้องก็เลยคิดแพงไว้ก่อน รับกรรมเอาเองแล้วกัน

6. หมอก็มีครอบครัว มีลูกเมียต้องเลี้ยง ในเมื่ออยู่เฉยๆไม่ถูกจับ แต่ถ้าพยายามช่วยแล้วไม่สำเร็จแต่ถูกฟ้อง งั้นไปไกลๆตีนเลยไป๊ จะเป็นจะตายก็เรื่องของครอบครัวพวกคุณ ดีกว่าถูกฟ้อง

7. หมอไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีไปทุกอย่าง ที่ดุๆก็มี ถ้าเจอหมอดุแล้วเหมาว่า "หมอเดี๋ยวนี้โรคจิต" ก็เชิญไปแดกน้ำเกล็ดงู หรือน้ำส้วมศักดิ์สิทธิ์เอาแทนแล้วกัน

 

สรุป : ขอให้ัใครที่เรียนหมออยู่ หรือกำลังคิดจะเรียนขอให้ภูมิใจในอาชีพที่ตนจะเรียน ถ้าคุณรักษาสิทธิที่จะดำรงชีวิต ก็ใช้ให้เต็มที่ อย่าปล่อยให้บางอาชีพที่กร่างทุกวันนี้มันฉาบฉวยเอาไป

ผมยินดีเป็นกำลังใจให้เต็มที่

ขอบคุณ


ปล. ถ้ายังเอานักกฎหมายที่จบนิติิ หรือทนาย ที่ไม่มี่ความรู้เรื่องหมอ ธรรมชาติการแพ้ยา อาการยาที่คนแพ้บลาๆไรทั้งหลายแหล่

 

ก็อย่าไปเรียนเลยครับ ปล่อยให้ไอ้พวกช่างฟ้องมันตายห่าไปดีกว่า

ไว้ว่างๆจะไปถามพ่อเรื่องคดีที่ฟ้องเรื่องไส้ติ่งว่าทำไมมันกลายเป็นคดีอาญาได้ เพราะบังเอิญ ... ทนายที่ทำให้หมอติดคุกอยู่แถวบ้านน่ะสิ..

edit @ 19 Apr 2008 22:51:30 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

เนื่องจากไปเห็น entryของคุณโก๋ เข้า

ไม่ออกความเห็นว่า "ผิด" หรือ "ถูก"

แต่จะขอเล่านิทานเรื่องหนึ่ง เป็นนิทานอีสปที่เด็กอนุบาลฟังก็ยังรู้เรื่อง

----------------------------------------------------------------------

กาลครั้งหนึ่งมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง และต้นหลิวอาศัยอยู่ใกล้ๆแม่น้ำ

ต้นไม้ยืนต้นพูดอย่างเย้ยหยันกับต้นหลิวว่า "ต้นไม้เล็กๆอย่างเจ้า แค่เจอลมก็เอนลงแล้ว"

"ต้องดูอย่างข้าสิ เจอหล่มแค่ไหนก็ไม่หวั่น"

ต้นหลิวได้ยินด้งนั้นก็ไม่พูดอะไร

ไม่นานนักก็มีพายุพัดกระหน่ำ อย่างรุนแรง

ต้นไม้ใหญ่ต้านแรงลมไม่ไหวจึงโค่นมาทั้งรากทั้งโคน

ส่วนต้นหลิวเอนอ่อนตามลมจึงรอดตัว

--------------------------------------------------------------------------

 

ผมไม่ขอเรียกว่าการกระทำของคนผู้นี้ว่า "กล้าหาญ " แต่ผมเรียกว่า "รนหาที่" เองมากกว่า

พวกหัวนอก อยากเป็นเหมือนเมืองนอก ไม่รุ้กาละเทศะ อยากทำไรก็ทำ


แต่ไม่คำนึงถึงสถานที่ (กาลเทศะ)

ถ้าใครเรียนวิชาสังคมคงเคยได้ยินระดับของกฎหมายบ้างนะครับ

1. วิถีชาวบ้าน

2. จารีต

3. กฎหมาย

ใครที่ชอบทำตัวแหกคอกตรงจารีตที่เค้าถือ ไม่แปลกอะไรที่จะโดนหมิ่นประณาม

ถ้านายคนนี้ไปจูบปาก ที่ถือเป็นการทักทายของประเทศแถบอัฟริกาที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น อยากรุ้เช่นกันว่าผลจะเป็นเช่นไร

ขนาดประเทศอังกฤษ ครูตั้งชื่อหมาดินน้ำมันว่า มูฮัมเหม็ด ยังโดนโทษปรับเลยครับ

เหมือนภาษิตโรมันว่า
" When you are in Rome, do like Romans do. "

เรื่องคุก จะชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม ผมไม่รุ้

"รนหาที่เอง"

ครับ

ไม่ทราบว่าหัวนอกเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่านะ?? พวกประท้วง ใช้ความรุนแรงไม่เคยประสบผลซักอย่าง

แนะนำให้คุณคนนี้ลองไปอ่านหนังสือเรื่อง The Secret เสียบ้างก็ดีนะครับ

การรณรงค์ ย่อมดีกว่า ต่อต้านครับ

 

[เพิ่มเติม] และไม่ได้บอกว่า คนที่รุมกระทืบ เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย แต่กำลังจะบอกว่า คิดต่างก็ไม่ผิดครับ แต่รู้จักไม่ครับกับเรื่อง "จังหวะ" และ "เวลา"

 

รอฟ้าเปลี่ยนสีไม่ดีกว่าเหรอครับ???

ปล, Entry นี้จะปล่อยอิสระครับ ยินดีรับความเห็นแตกต่าง ผมใจกว้างพอที่จะไม่ปิดคอมเมนต์เพราะปอดแหกกลัวความเห็นที่แตกต่างครับ

 

edit @ 26 Apr 2008 01:19:55 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

edit @ 26 Apr 2008 01:21:40 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)