เหรียญทองโอลิมปิก ศักยภาพคนไทย ความเชื่อ
posted on 10 Aug 2008 19:20 by shuu in ETCแต่เดิมทีแล้ว คนไทยไม่เคยได้เหรียญทองโอลิมปิคเลย
แต่หลังจากที่ สมรักษ์ฺ คำสิงห์ ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก จากการแข่งขันกีฬามวยสากลสมัครเล่นปี 1996 แล้ว หลังจากนั้นไม่นาน โอลิมปิคในยุคถัดๆมาต่างมีคนได้รับเหรียญทองโอลิมปิคกันทุกปี แม้จะไม่เยอะมากแต่ก็มีทุกปีหลังจากที่สมรักษ์ทำได้
นี่คือบุคคลที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในประเทศไทย ในโอลิมปิกครั้งต่อๆมา
และล่าสุดที่ ปักกิ่ง 2008
เหรียญแรกจากยกน้ำหนักค่า คุณเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล
Credit :http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6878211/S6878211.html
ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ :D!!
และจากความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ผมมองเห็นศักยภาพอย่างหนึ่งของมนุษย์ (ไม่ใช่แค่คนไทย)
1000 ปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ นักปราชณ์หรือผู้รู้ กล่าวว่ามนุษย์ไม่สามารถวิ่งได้เร็วไปกว่า 1ไมล์ใน 4 นาที
โดยพิจารณาจากสรีระมนุษย์ และสภาพกล้ามเนื้อมนุษย์
แต่เมื่อ 6 พฤษภาคม 1954 Roger Banister สามารถทำลายทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นคนแรกที่สามารถวิ่งได้ 1 ไมล์โดยใช้เวลาน้อยกว่า 4 นาที
Roger Banister
และจากนั้นไม่นาน 18 เดือนต่อมา ก็มีนักกีฬาถึง 24 คนที่ทำได้
และอีก 10 ปีต่อมา มีนักกีฬาถึง 100 คนที่ทำได้
และมาป้ัจจุบัน นักกีฬาระดับทีมชาติหลายคนถือเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
และตอนนี้ นักวิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก สถิติคือ 9.74 วินาที ในปี 2008 เดือนพฤษภาคม
หลังจากนั้นไม่นาน ทีมชาติจีนคนอื่นๆก็มีเหรียญทองตามมาเรืี่อยๆไม่ขาดสาย
ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ "ความเชื่อ" ทั้งสิ้น
ศักยภาพของมนุษย์เราจริงๆแล้วไร้ขีดจำกัดสำคัญที่ว่าเราจะดึงมันออกมาได้หรือเปล่า ต้องอาศัย
ความคิดว่าตัวเองทำได้ และทำมันโดยจินตนาการตลอดเวลาที่ตัวเองทำได้ และทำซ้ำเป็นพันครั้งจนเกิดเป็นสัญชาตญาณ เหมือนการเล่น Tertris เทพ ซึ่งรู้ pattern ของการร่วงของบล็อกได้หมดว่าไว้ที่จุดไหนจึงไม่เกิดข่องว่าง และไม่ตายง่ายๆจนแต้มเกิน 99999999 และมีคนทำได้จริง
ลองหาใน Youtube ได้
นั่นคือ ศํกยภาพคนเราจะถูกสื่อรอบตัว หรือคนรอบข้างที่ใช้กรอบความคิดลบๆ กดตลอดเวลาว่า "ทำไม่ได้หรอก" ,,, "มันยาก" ทำให้คนที่ฝันใหญ่ต้องซ่อนศักยภาพไว้อย่างปลอดภัยไม่ลองสิ่งใหม่ๆ
แต่เมื่อมีคนหนึ่งคนทำได้ ย่อมมีคนที่เห็น "ความเป็นไปได้" ขึ้นมา ทำให้มีคนสำเร็จต่อๆมาทำได้เหมือนคนแรกในระยะเวลาไม่นานนัก ขณะที่กว่าจะมาถึงคนแรกที่สำเร็จไ้ด้ ใช้เวลานับศตวรรษ
ดังนั้น อย่าหวังการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง แต่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างที่ "เรา"
ตรรกะง่ายๆของการทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จนั่นคือ
"Why not "
"ทำไมจะทำไม่ได้"
และสุดท้ายอยากจะฝากไว้นั่นคือ
อย่าให้น้ำลายราคาถูกของชาวบ้าน มาทำลายความฝันราคาแพงของเรา
ทุกอย่าง อยู่ที่เราเชื่อมั่นว่าเราทำได้หรือไม่
edit @ 10 Aug 2008 20:38:34 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)
edit @ 11 Aug 2008 01:47:05 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

เหรียญแลกของโอลิมปิก
เอาใจช่วยคนไทยเต็มที่เลย
#1 By KRAZE never exists. on 2008-08-10 20:01