Google
 

เห็นช่วงนี้มี Tag หัวนม

ก็เลยไปเจอบทความนึงมา เอามาเล่าสู่กันฟัง

ทำ​​​ไม​​​ผู้​​​ชาย​​​ถึง​​​มีหัวนม​​

มีหนังสือ​​​อยู่​​​เล่มหนึ่งน่าอ่านมากชื่อว่า​​ "Why Do Men Have Nipples" ​​ที่​​​โปรยหัวหนังสือว่า​​ ​​ร้อยคำ​​​ถามที่คุณอยากถามหมอ​​ ​​หลัง​​​จาก​​​กระดกมาร์ตินี่ลงท้องไปสามแก้ว​​ ​​เขียน​​​โดย​​ ​​มาร์ค​​ ​​เลเนีย์​​

หนังสือเล่มนี้ตั้งคำ​​​ถามชวนขำ​​ ​​แต่ก็อดที่​​​จะ​​​อยากรู้คำ​​​ตอบ​​​ไม่​​​ได้​​​ตามประสามนุษย์ช่างซอกแซกอยากรู้​​ ​​เลนีย์มักตั้งคำ​​​ถามแปลกๆ​​ ​​อย่างเช่น​​ ​​คนเราดื่มฉี่ตัวเอง​​​ได้​​​จริง​​​หรือ​​ ​​ทำ​​​ไมดื่มมิลค์​​​เชค​​​แล้ว​​​ถึง​​​เย็นจนหัว​​​จะ​​​ระ​​​เบิด​​ ​​และ​​​ที่​​​เด็ดที่สุดจน​​​ต้อง​​​ตั้ง​​​เป็น​​​ชื่อเรื่องก็คือ​​ ​​ทำ​​​ไม​​​ผู้​​​ชาย​​​ต้อง​​​มีหัวนม​​​ด้วย​​ !!!

นั่นนะซิ​​ ​​ทำ​​​ไม​​​ผู้​​​ชาย​​​ถึง​​​ต้อง​​​มีหัวนม​​​ด้วย​​​ล่ะ​​ ​​ทั้ง​​​ที่​​​ไม่​​​มีนม​​​ให้​​​ลูกกิน​​

คำ​​​ตอบก็คือ​​ ​ตัวอ่อนเพศชาย​​​และ​​​เพศหญิงต่างก็มี​​​เนื้อเยื่อ​​​และ​​​อวัยวะ​​​เหมือน​​​กัน​ ​​ส่วน​​​พัฒนาการต่อมา​​​ให้​​​มีลักษณะของเพศชาย​​​และ​​​หญิงขึ้น​​​อยู่​​​กับ​​ "พิมพ์​​​เขียว" ​​ที่​​​ได้​​​รับ​​​เป็น​​​พิมพ์​​​ผู้​​​ชาย​​​หรือ​​​ผู้​​​หญิง​​ ​​ดัง​​​นั้น​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​ผู้​​​ชาย​​​หรือ​​​ผู้​​​หญิงก็มีหัวนม​​​ด้วย​​​กัน​​​ทั้ง​​​คู่​​ ​​นอก​​​จาก​​​นี้​​​ยัง​​​เป็น​​​ผลมา​​​จาก​​​ยีน​​ ​โครโมโซมวาย​​ ​และ​​​ฮอร์​​​โมนเพศชายที่ทำ​​​ให้​​​ตัวอ่อนมีลักษณะของเพศชาย​​ ​​เช่น​​ ​​เทสโทสเตอโรนทำ​​​ให้​​​เกิด​​​ผู้​​​ชายมีองคชาต​​ ​​และ​​​ลูกหมาก​​ ​​ส่วน​​​หัวนม​​​เป็น​​​อวัยวะพื้นฐานที่มี​​​อยู่​​​แล้ว​​​ตั้งแต่ตัวอ่อนเริ่มพัฒนาการ​​

ใน​​​ทางการแพทย์​​​แล้ว​​ ​​ผู้​​​ชายอาจมีน้ำ​​​นม​​​และ​​​เป็น​​​มะ​​​เร็งเต้านม​​​ได้​​​เหมือน​​​กัน​​ ​​ผู้​​​ชายทุกคนมีฮอร์​​​โมนเอสโตรเจน​​ ​​ซึ่ง​​​เป็น​​​ฮอร์​​​โมนเพศหญิง​​​อยู่​​​ทุกคนแต่​​​ไม่​​​มากนัก​​ ​​ถ้า​​​ผู้​​​ชายเกิดป่วย​​ ​​หรือ​​​มีอาการอย่าง​​​ใด​​​อย่างหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์​​​โมน​​ ​​เนื้อเยื่อที่หน้าอก​​​ผู้​​​ชายอาจขยายนูนขึ้น​​ ​​และ​​​มีน้ำ​​​นม​​​ได้​​​เหมือน​​​กัน​​ ​​แพทย์​​​จะ​​​เรียกอาการดังกล่าวว่า​​ Gynacomastia ​​พบ​​​ได้​​​ใน​​​กลุ่มวัยรุ่น​​ ​​เป็น​​​ช่วงที่ฮอร์​​​โมน​​​ใน​​​ร่างกายผันผวนมาก​​ ​​และ​​​อาจพบ​​​ได้​​​ใน​​​กลุ่ม​​​ผู้​​​ชายที่​​​เป็น​​​โรคตับ​​ ​​และ​​​ติดสุรา​​

สำ​​​หรับ​​ ​​สง่า​​ ​​ดามาพงษ์​​ ​​นักโภชนาการ​​​และ​​​นักวิชาการสาธารณสุข​​ 9 ​​กรมอนามัย​​ ​​กระทรวงสาธารณสุข​​ ​​ให้​​​คำ​​​ตอบ​​​ใน​​​เวอร์ชั่นเชิงสังคมว่า​​ ​​ถึง​​​แม้ธรรมชาติ​​​จะ​​​สร้างเต้าที่มีน้ำ​​​นมมา​​​ให้​​​ผู้​​​หญิง​​ ​​แต่ก็ธรรมชาติก็​​​ไม่​​​ได้​​​ฟันธงว่าพ่อ​​​และ​​​คน​​​อื่นๆ​​ ​​จะ​​​ไม่​​​สามารถ​​​ช่วย​​​เลี้ยงลูก​​​ได้​​ ​​คนที่​​​สามารถ​​​เข้า​​​มามีบทบาทเลี้ยงดูลูก​​​ได้​​​ดี​​​ไม่​​​แพ้​​​แม่ก็คือ​​ ​​พ่อ​​​และ​​​ปู่ย่า​​ ​​ตายาย​​ ​​ลุงป้า​​ ​​น้าอา​​ ​​ซึ่ง​​​เปรียบเสมือนบอดี้การ์ดคอยปกป้องตั้งแต่​​​เด็กน้อย​​​ยัง​​​ฝังตัว​​​อยู่​​​ใน​​​ท้องแม่​​

"หลัง​​​จาก​​​ที่​​​เด็กลืมตาดู​​​โลก​​ ​​การดู​​​แลเอา​​​ใจ​​​ใส่​​​อย่าง​​​ใกล้​​​ชิด​​​จาก​​​ผู้​​​เป็น​​​พ่อมี​​​ความ​​​สำ​​​คัญ​​​ไม่​​​น้อยไปกว่า​​​ผู้​​​เป็น​​​แม่​​​ซึ่ง​​​อุ้มท้องมานานนับ​​ 9 ​​เดือน​​ ​​เพราะ​​​หากพ่อดู​​​แลแม่​​​ให้​​​มีร่างกาย​​​และ​​​สุขภาพจิตที่​​​แจ่มใส​​ ​​ลูกก็​​​จะ​​​มีสุขภาพที่​​​แข็งแรงไป​​​ด้วย"​​ ​​นักวิชาการกระทรวงสาธารณสุข​​ ​​ให้​​​ความ​​​เห็น​​​ใน​​​ฐานะตัวแทน​​​ผู้​​​ชาย​​

น้ำ​​​นมของแม่​​​เป็น​​​สิ่งที่จำ​​​เป็น​​​อันดับ​​ 1 ​​สำ​​​หรับลูก​​ ​​เนื่อง​​​จาก​​​น้ำ​​​นมแม่​​​เป็น​​​ภูมิคุ้ม​​​กัน​​​ชั้นเลิศที่คอยคุ้มครองเด็กทารก​​​จาก​​​สารพันเชื้อโรครอบตัว​​​จาก​​​การสัมผัสทางผิวหนัง​​ ​​และ​​​การเล็ดลอด​​​เข้า​​​สู่ระบบทางเดินอาหาร​​ ​​สารภูมิคุ้ม​​​กัน​​​ใน​​​น้ำ​​​นมเปรียบเสมือนวัคซีนเข็มแรกของชีวิต​​ ​​หรือ​​​นายทหารด่านแรก​​​ใน​​​การปกป้องเชื้อ​​​อื่นๆ​​ ​​ที่ลูกอาจ​​​ได้​​​รับ​​​จาก​​​สิ่งแวดล้อม​​ ​​ดัง​​​นั้น​​ ​​การแยกแม่​​​และ​​​ลูก​​​จาก​​​กัน​​ ​​จะ​​​ทำ​​​ให้​​​ลูกเสียโอกาสสร้างภูมิคุ้ม​​​กัน​​​นี้​​​ไป​​​ได้​​

ผู้​​​เป็น​​​พ่อ​​​สามารถ​​​เข้า​​​มา​​​ช่วย​​​เลี้ยงดูลูก​​​ได้​​​เนื่อง​​​จาก​​​พ่อ​​​เป็น​​​ผู้​​​ที่​​​อยู่​​​ใกล้​​​ชิดแม่​​​และ​​​ลูกที่สุด​​​อยู่​​​แล้ว​​ ​​เริ่ม​​​จาก​​​การ​​​ให้​​​กำ​​​ลังใจ​​​ผู้​​​เป็น​​​แม่​​​ให้​​​มี​​​ความ​​​มานะอดทน​​ ​​โดย​​​เฉพาะ​​​ใน​​​ระยะ​​ 6 ​​เดือนแรกที่ควร​​​ให้​​​นมของแม่​​​เพียงอย่างเดียว​​ ​​และ​​​ยิ่ง​​​ถ้า​​​พ่อคนไหนยืนยัน​​​เป็น​​​มั่นเหมาะ​​​ด้วย​​​คำ​​​ว่า​​ “​​เธอเลี้ยงลูกนะฉัน​​​จะ​​​ช่วย​​​เธอเอง​​” ​​เพียง​​​เท่า​​​นี้พลัง​​​และ​​​กำ​​​ลังใจ​​​ใน​​​การเลี้ยงลูกของแม่ก็​​​จะ​​​พุ่งสูงปรี๊ดจนยั้ง​​​ไม่​​​อยู่​​​ที​​​เดียว​​

ผู้​​​หญิงที่​​​อยู่​​​ใน​​​ช่วง​​​ให้​​​นมลูกหากมี​​​เรื่องที่​​​ต้อง​​​คอยกังวล​​ ​​หรือ​​​เครียด​​ ​​เช่น​​ ​​เรื่องงานบ้าน​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​จะ​​​เป็น​​​การปัดกวาด​​ ​​เช็ดถู​​ ​​รวม​​​ทั้ง​​​ต้อง​​​ทำ​​​กับ​​​ข้าวเตรียม​​​ให้​​​แก่พ่อบ้าน​​ ​​ปริมาณน้ำ​​​นมที่ร่างกายผลิต​​​ได้​​​จะ​​​มีปริมาณที่ลดน้อยลงๆ​​ ​​จนกระทั่งแห้งไป​​​ใน​​​ที่สุด​​

สามี​​​สามารถ​​​ช่วย​​​แบ่งเบาภาระภรรยา​​​ได้​​​ด้วย​​​การ​​​เข้า​​​มา​​​ช่วย​​​ดู​​​แล​​​ใน​​​เรื่องงานบ้านงานเรือนต่างๆ​​ ​​เช่น​​ ​​ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน​​ ​​ซักผ้า​​ ​​ล้างจาน​​ ​​ช่วย​​​ดู​​​แลลูกยามที่​​​แม่​​​ต้อง​​​ทำ​​​ธุระอย่าง​​​อื่น​​ ​​ซักเสื้อผ้าลูก​​ ​​อาบน้ำ​​​ให้​​​ลูก​​ ​​เพื่อผ่อนภาระหน้าที่ของ​​​ผู้​​​เป็น​​​แม่​​​ให้​​​เบาบางลง​​ ​​เพียง​​​เท่า​​​นี้​​ ​​ก็​​​ช่วย​​​ให้​​​ภรรยาผ่อนคลาย​​​และ​​​มีน้ำ​​​นมมา​​​เลี้ยงลูก​​​ได้​​​อย่างสม่ำ​​​เสมอ​​

นอก​​​จาก​​​นี้​​ ​​ช่วงที่หมอ​​​หรือ​​​พยาบาลแนะนำ​​​วิธีการเลี้ยงดูลูกน้อย​​ ​​พ่อก็ควรรับฟังพร้อม​​​กับ​​​แม่​​​ด้วย​​ ​​เพื่อ​​​สามารถ​​​นำ​​​ไปปฏิบัติ​​​เอง​​​หรือ​​​คอยแนะนำ​​​แม่อีกขั้นตอนหนึ่งหากแม่ทำ​​​อะ​​​ไร​​​ไม่​​​ถูกรวม​​​ถึง​​​ควรศึกษาตำ​​​รับตำ​​​รา​​​ความ​​​รู้​​​เกี่ยว​​​กับ​​​วิธีการเลี้ยงลูกเพิ่มเติม​​​ด้วย​​​เพื่อ​​​เป็น​​​การ​​​ช่วย​​​เหลือคุณแม่อีกทางหนึ่ง​​

“​​สิ่งสำ​​​คัญที่​​​ต้อง​​​ทำ​​​หลังมีลูก​​​แล้ว​​​คือ​​ ​​ทั้ง​​​พ่อ​​​และ​​​แม่​​​ต้อง​​​ลืมบทบาทหน้าที่​​​ใน​​​แต่​​​โบราณกาล​​ ​​ที่กำ​​​หนดว่า​​​ผู้​​​หญิง​​​เป็น​​​ผู้​​​ที่​​​ต้อง​​​เลี้ยงลูก​​ ​​อยู่​​​กับ​​​บ้านทำ​​​งานบ้าน​​​ไม่​​​ออกไปไหน​​ ​​ณ​​ ​​วันนี้​​​ไม่​​​ใช่​​​อีก​​​แล้ว​​ ​​เพราะ​​​สมัยนี้​​​เป็น​​​ยุคที่ทุกคน​​​ต้อง​​​ปากกัดตีนถีบ​​ ​​ไม่​​​ใช่​​​โลกที่​​​ผู้​​​หญิง​​​ต้อง​​​อยู่​​​กับ​​​เหย้า​​​เฝ้า​​​กับ​​​เรือนอีกต่อไป​​ ​​แต่​​​เป็น​​​ยุคที่​​​ทั้ง​​​พ่อ​​​และ​​​แม่​​ ​​ต่าง​​​ต้อง​​​ออกไปทำ​​​งานนอกบ้าน​​ ​​เพื่อหาราย​​​ได้​​​มา​​​เลี้ยงลูก​​ ​​แล้ว​​​จึง​​​ร่วม​​​กัน​​​สั่งสอน​​​ให้​​​เขา​​​เติบโตมา​​​เป็น​​​คนที่ดีของสังคม​​​ให้​​​ได้​​” ​​นักโภชนาการ​​ ​​กล่าว​​

ประสบการณ์ที่​​​เลี้ยงลูก​​​ด้วย​​​นมแม่ติดต่อ​​​กัน​​​จนกระทั่งลูกมีอายุ​​ 1 ​​ปี​​ 3 ​​เดือน​​ ​​รวม​​​ทั้ง​​​พ่อเองก็ดู​​​แลลูกอย่าง​​​ใกล้​​​ชิด​​ ​​และ​​​เป็น​​​ตัวอย่างที่ดี​​​ให้​​​แก่ลูก​​ ​​ผลพวงที่​​​ได้​​​คือลูกเติบโตขึ้นมา​​​เป็น​​​เด็กดี​​ ​​ว่านอนสอนง่าย​​ ​​อารมณ์ดี​​ ​​มีจิตใจดีงาม​​ ​​เอื้ออาทร​​​ไม่​​​เห็นแก่ตัว​​ ​​เข้า​​​กับ​​​เพื่อน​​​ได้​​​ง่าย​​ ​​และ​​​มีพัฒนาการด้านสมองที่​​​เรียนรู้​​​เร็ว​​ ​​ไม่​​​เอา​​​เปรียบคน​​​อื่น​​ ​​การเจริญเติบโต​​​เป็น​​​ไปอย่างมีประสิทธิภาพ​​

นักโภชนาการ​​​และ​​​นักวิชาการสาธารณสุข​​ ​​บอกอีกว่า​​ ​​การ​​​จะ​​​ฟูมฟักชีวิตหนึ่ง​​​ให้​​​เกิดมา​​​เติบ​​​ใหญ่​​​เป็น​​​คนดีของสังคม​​ ​​พ่อแม่​​​และ​​​ผู้​​​คนรอบข้าง​​​ต้อง​​​ช่วย​​​กัน​​​หล่อหลอม​​ ​​ไม่​​​ใช่​​​ยัดเยียดหน้าที่​​​ให้​​​คนหนึ่งคน​​​ใด​​​เพียงคนเดียว​​ ​​เพราะ​​​เหนือสิ่ง​​​อื่น​​​ใด​​​แล้ว​​​ไม่​​​ว่าลูกเรียนหนังสือเก่ง​​​หรือ​​​ไม่​​​เก่งก็​​​ไม่​​​สำ​​​คัญ​​ ​​เท่า​​​กับ​​​การที่​​​เขา​​​เจริญเติบโต​​​เป็น​​​ผู้​​​ใหญ่​​​ที่มี​​​ความ​​​รับผิดชอบต่อสังคม​​

"ทุกวันนี้สังคมไทยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ​​ ​​และ​​​มองว่า​​​เด็กที่มีปัญหา​​​เกกมะ​​​เหรกเกเร​​ ​​ติดยา​​ ​​ติดเกม​​ ​​เป็น​​​เด็กที่​​​ไม่​​​ใฝ่ดี​​​ไม่​​​เอา​​​ไหน​​ ​​ซึ่ง​​​ใน​​​ความ​​​เป็น​​​จริง​​​แล้ว​​​การกระทำ​​​ดังกล่าว​​ ​​มีที่มา​​​จาก​​​การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของพ่อแม่​​​และ​​​คน​​​ใน​​​ครอบครัวนั่นเอง"

หากเด็ก​​​ได้​​​รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​เด็ก​​​จะ​​​เติบโตมา​​​จาก​​​ครอบครัวที่ร่ำ​​​รวย​​ ​​หรือ​​​ไม่​​​มี​​​แม้ข้าวสาร​​​จะ​​​กรอกหม้อ​​ ​​ก็​​​สามารถ​​​เติบโตมา​​​เป็น​​​คนดีของสังคม​​​ได้​​​ไม่​​​ต่าง​​​กัน​​​เลย​​

credit : http://www.healthcorners.com/2007/news/Read.php?id=2813

 

edit @ 17 May 2008 09:10:26 by กรรมกรไซเบอร์ (Shuu)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

"ทุกวันนี้สังคมไทยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ​​ ​​และ​​​มองว่า​​​เด็กที่มีปัญหา​​​เกกมะ​​​เหรกเกเร​​ ​​ติดยา​​ ​​ติดเกม​​ ​​เป็น​​​เด็กที่​​​ไม่​​​ใฝ่ดี​​​ไม่​​​เอา​​​ไหน​​ ​​ซึ่ง​​​ใน​​​ความ​​​เป็น​​​จริง​​​แล้ว​​​การกระทำ​​​ดังกล่าว​​ ​​มีที่มา​​​จาก​​​การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของพ่อแม่​​​และ​​​คน​​​ใน​​​ครอบครัวนั่นเอง"


เห็นด้วยอย่างที่สุด....Hot!

#1 By SkyKiD on 2008-05-17 11:14

ตอนแรกขึ้นหัวข้อยังนึกว่าทำไมวันนี้เขียนแปลกไม่มีสาระ พออ่านแล้วมีสาระเหมือนเดิม อิอิbig smile

#2 By Mooyong on 2008-05-17 11:29

มีหัวนมเหมือนกัน ต้องเข้าใจกันไว้ ผู้ชายกับผู้หญิง

คำมันห่างกันชอบกล ผมเปิดใน IE กว่าจะอ่านจบ
ตาลายเลย





#3 By देवता on 2008-05-17 14:24

มีสาระมากๆเลยค่ะ
แปะดาวHot! !

#4 By Pleng on 2008-05-17 14:44

เคยได้ยินคำตอบเรื่องทำไมผู้ชายมีหัวนมมาเหมือนกันค่ะ แต่เวลามีคนถามว่า ทำไมผู้ชายมีหัวนม เลยตอบไปว่า "อ๋อ ของแถมอ่ะ เป็นจุกนมหลอก เวลาลูกหิวนม"

#5 By General เบ๊ on 2008-05-17 15:04

อ้อ งี้นี่เอง sad smile เจอแท็กหลายคนไม่กล้าเข้าไปดู
สาระดีค่ะ ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้...ความรู้ใหม่
ชอบๆ big smile

โครม!(เสียงขว้างบอล) Hot!

#6 By 'ออม' เองงับ on 2008-05-17 15:17

มีสาระมากเลยงับ Hot!

เพิ่งจะได้ความรู้ใหม่นี่ล่ะ ว่าผู้ชายก็มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเช่นกัน

น่าคิดนะ...ถ้าทางการแพทย์เจริญถึงขนาดเพิ่มฮอร์โมนนี้ให้ได้โดยไม่มีผลกระทบเมื่อไรล่ะก็...ผู้ชายก็อาจมีน้ำนมได้ (แต่ก็เสี่ยงมะเร็งเต้านม )

ป.ล. ไม่ว่าจะพ่อ หรือ แม่ เด็กก็ต้องการไม่แพ้กันงับ คงไม่มีอะไรสำคัญก่าการที่เมีเวลาให้ เอาใจใส่ และรักเขาอย่างจิงใจ เขาจะได้เติบโตมาท่ามกลางฟามรัก ฟามอบอุ่น และ สิ่งดีๆ big smile

#7 By *~ แม่มด ~* on 2008-05-17 15:19

ผมรู้ละว่าทำไมผู้ชายถึงมีหัวนม(เคยอ่าน)
แต่สนใจข้อความข้างล่างมากกว่า
มีสาระดี และชอบประโยคนี่ที่สุดเลย

"ทุกวันนี้สังคมไทยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ​​ ​​และ​​​มองว่า​​​เด็กที่มีปัญหา​​​เกกมะ​​​เหรกเกเร​​ ​​ติดยา​​ ​​ติดเกม​​ ​​เป็น​​​เด็กที่​​​ไม่​​​ใฝ่ดี​​​ไม่​​​เอา​​​ไหน​​ ​​ซึ่ง​​​ใน​​​ความ​​​เป็น​​​จริง​​​แล้ว​​​การกระทำ​​​ดังกล่าว​​ ​​มีที่มา​​​จาก​​​การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของพ่อแม่​​​และ​​​คน​​​ใน​​​ ครอบครัวนั่นเอง"

big smile

#8 By Nut_kun on 2008-05-17 15:48

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับเรื่องไรบ้างเหรอ
ว่าจะอ่านแต่ไปร้านหนังสือก็ลืมทุกที


เด็กไม่ดีเกี่ยวกับการเลี้ยงดูก็จริง
แต่พออายุมากขึ้นก็ควรคิดได้เอง

#9 By aeiou on 2008-05-17 16:20

mี่จริงมีไว้เพื่อจะได้ทำ tag หัวนมได้
ต่าหากล่ะครับ
อิอิอิ
เพิ่งรู้นะเนี่ย มีสาระ Hot! Hot!
หนังสือเล่มนี้ สอยมาแล้วครับ
คำตอบบางคำถามทำให้แปลกใจดีจริงๆ

#12 By ปิงกรู on 2008-05-17 17:32

gynecomastia เกิดจากการติดสุรา และฉีดสเตรียรอยด์ ในเพศชายที่อยากมีกล้าม นมอาจจะเล็กข้างโตข้าง น่ากลัว บรึ๋ยยยยย

เอ็นทรีย์นี้มีประโยชน์มากค่ะ โยงเรื่องจากทำไมผู้ชายถึงมีหัวนมมาสู้เรื่องการเลี้ยงดูลูกได้ เยี่ยม

#13 By ชาเขียวaddict on 2008-05-17 18:36

ขึ้น Hot Post ได้ไงเนี่ย wink แสดงให้เห็นรสนิยมคนเอ็กทีนcry
ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับHot!
Hot!มีสาระมากค่ะ Hot!
cry

#16 By อีฟเองจ้า on 2008-05-17 19:12

เป็นคำถามตลอดอ่ะครับว่าทำไมผู้ชายต้องมีหัวนม
นี่มันเป็นคำถามระดับที่มีหนังสือเรยหรือเนี่ย เอิ้กๆ
เห็นด้วยตามคห.1 พ่อแม่ไม่ดี ลูกจะดีได้อย่างไร
Hot!

เห็นด้วยกะข้อความในความเห็น 1 ด้วยค่ะ cry

#19 By Sp@rk on 2008-05-17 21:22

อืมๆ จากเรื่องหัวนมกลายเป็นเรื่องสังคมได้เนียนดีมาก หุหุ

#20 By บอสเด้อ on 2008-05-17 21:22

ได้สาระดีมากครับ แต่ชื่อเอนทรี่แบบว่า...sad smile

#21 By คนธรรมดา on 2008-05-17 21:25

อยากรู้คำถามอื่น ๆ อีกจังค่ะ
อันนี้คลายปมปัญญาได้มากทีเดียว อิอิ

#22 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-05-17 22:03

จั่วหัวซะนึกว่าทำแถกหัวนมเลยนะเนี่ย

เข้ามาอ่าน...ความรู้เต็มๆเลย
ชอบประโยคที่นักโภชนาการพูดอ่ะค่ะ
แต่จริงๆทั้งพ่อและแม่น่าจะรู้จักแบ่งเวลาให้ลูก เช่นใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่าง อีกคนต้องอยู่ดูแล ไม่ใช่ว่าไม่ว่างทั้งคู่และให้คนอื่นดูแล

ชายหญิงเท่าเทียมกันในที่นี้ หมายถึงผู้ชายก็เป็นช้างเท้าหลังได้ และผู้หญิงก็เป็นช้างเท้าหน้าได้ สลับกันได้ แต่ไม่ใช่คนหนึ่งอยากนำ อีกคนก็อยากนำ ทำงานทั้งคู่ แบบนั้นเรียกว่าแข่งขัน ไม่ใช่เท่าเทียมกันค่ะ

ปล.ความเห็นส่วนตัว
ปล.2 เห็นด้วยกับหลายๆอย่างในบทความนี้ Hot!
ปล.3 แม้ผู้หญิงผู้ชายจะมีหัวนมเหมือนกัน แต่เค้าชอบหัวนมผู้ชายน้า 55555555555+
อ่า...กินเหล้ามากๆทำให้มีน้ำนมด้วยเหรอเนี่ย...
ดูท่าต้องลดซะแล้ว

ผมกินนมแม่ได้เดือนเดียวเองครับ
แม่บอกว่า พอพ้นเดือนนึง พยา่ยามเท่าไหร่ผมก็ไม่กินนมแม่อีกเลย -*-

#24 By SuBBatH on 2008-05-18 08:48

มิน่า ช่วงนี้รณรงค์ งืม ยากอยู่เหมือนกัน ด้วยปัญหาหลายๆอย่างที่รุมเร้า คนเป็นพ่อว่าลำบากแล้ว คนเป็นแม่ลำบากกว่า ที่จริงเรื่องแบบนี้มันต้องช่วยๆกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นแบบต่างคนต่างไปมากกว่า

เคยฟังมาค่ะ เห็นเขาว่าลูกจะฉลาดขึ้นถ้ามีพ่อค่อยคุยด้วยขณะแม่ตั้งท้อง เพราะคลื่นเสียงความถี่ต่ำของพ่อจะกระตุ่นพัฒนาการ และการที่ผู้เป็นแม่สนใจในบ้างอย่างเช่น คิดเลขเยอะ อ่านหนังสือเยอะ ก็ช่วยให้ลูกได้รับอานิสงค์นั้นไปด้วย อย่างน้อยๆ เขาก็ได้รับความถี่เสียงจากการที่เราทำกิจกรรมเหล่านั้น
ด้วยประการฉะนี้

ว่าแต่. . .ตกลงว่าสังคมปัจจุบันเกิดมาเพื่อแพร่พันธุ์กันอย่างเดียว? รกโลกแย่เนอะ(โลกยิ่งร้อนๆอยู่)confused smile
นี่คือ ต้นเหตุของเกรียน ใช่หมาย...

#26 By Kung on 2008-05-18 13:56

ผมล่ะอบากรู้ว่าทำไมคนเราถึงต้องมี "ขนตูด" confused smile

#27 By Media Eater on 2008-05-18 22:47

"ทุกวันนี้สังคมไทยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ​​ ​​และ​​​มองว่า​​​เด็กที่มีปัญหา​​​เกกมะ​​​เหรกเกเร​​ ​​ติดยา​​ ​​ติดเกม​​ ​​เป็น​​​เด็กที่​​​ไม่​​​ใฝ่ดี​​​ไม่​​​เอา​​​ไหน​​ ​​ซึ่ง​​​ใน​​​ความ​​​เป็น​​​จริง​​​แล้ว​​​การกระทำ​​​ดังกล่าว​​ ​​มีที่มา​​​จาก​​​การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของพ่อแม่​​​และ​​​คน​​​ใน​​​ ครอบครัวนั่นเอง"

บางทีก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็ก และสังคมที่เด็กไปเจอด้วยนะคะ...

#28 By ~Resha-Valentine~ on 2008-05-18 23:23

อืม ดีครับ ผู้ชายหลายคนจะได้เลิกดีใจเรื่องเข้าใจผิดว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมซะที