Google
 

เมนูโหดๆของอีสาน

posted on 19 Mar 2008 18:45 by shuu  in ETC

พอดีเห็น เรื่องเกี่ยวกับไก่กะทิ: http://momomania.exteen.com/20080318/entry-1

เลยลองค้นหาเมนูนรกพวกนี้ดูก็เจออะไรน่าสลดมาก...รู้เบื้องหลังแล้วแทบกินไม่ลงเลย...


1.​ไก่กะทิ​

มีวิธีทำ​คือ​ ​เลือกไก่ตัวอ้วนๆ​นำ​มา​เป็นๆ​แล้ว​ฝังลง​ใน​ทราย​ไม่​ให้​ไก่กระดุกกระดิก​
ไก่​อยู่​ใน​ทรายก็​จะ​เริ่มร้อน​ ​ไก่​จะ​อ้าปากระบาย​ความ​ร้อน​ ​ต่อ​จาก​นั้น​เค้า​จะ​เอากะทิมาป้อน​ให้​ไก่กิน​ ​ป้อนไปเรื่อยๆ​ประมาณ​2-3​สัปดาห์​
ใน​ตัวไก่ก็​จะ​ชุ่ม​ด้วย​กะทิ​แล้ว​นำ​มาปรุงอาหารที่​เพื่อนๆ​ทาน​กัน​นั่นแหละ​ ​รู้อ้ะป่าว​

2. ​ไก่กระบอก​ ​จะ​เริ่ม​จาก​นำ​ลูกเจี๊ยบตัว​เล็กๆ​ ​มา​เลี้ยง​ใน​กระบอกไม้​ไผ่​
นำ​อาหาร​และ​น้ำ​มาป้อนตามปกติ​ ​แต่​ไม่​ให้​ไก่ออกไปไหนเลย​ ​เราก็​จะ​ได้​ไก่ตัวยาวๆ​ ​ขาสั้นๆ​ ​แต่​เดิน​ไม่​ได้​ ​ภาย​ใน​ตัวไก่​
ก็​จะ​เป็น​กระดูกอ่อน​ ​หลัง​จาก​ไก่​โตพอสมควร​ ​ก็นำ​กระบอกมาปิ้ง​หรือ​ย่าง​กัน​สดๆ​เลยล่ะ​

3. ​แกงส้มปลาช่อนลูกครอก​ ​ทำ​โดย​นำ​ลูกปลาช่อนตัว​เล็กๆ​
(นี่​แหละ​เค้า​เรียกว่าปลาลูกคอก) ​มา​ใส่​ใน​น้ำ​ต้มเดือดปลา​จะ​ว่ายไปมากระสับกระส่าย​ ​แต่ปลา​ยัง​ไม่​ตาย​
หลัง​จาก​นั้น​เอาผักบุ้ง​ ​ใส่​ตามลงไป​ ( ​ภาย​ใน​ปล้องผักบุ้ง​จะ​กลวง​ใช่​มั๊ย)
นั่นแหละ​! ​ลูกปลา​จะ​ว่ายหนี​ความ​ร้อน​เข้า​ ​ไป​ใน​ผักบุ้ง​ ​พอแกงสุก​
เราก็​จะ​ได้​รับประทานแกงส้มผักบุ้งที่มีลูกปลา​อยู่​ภาย​ใน​

4. ​วัวนรก​ ​เนี่ยน่ากลัวนะ​ ​เค้า​จะ​นำ​วัวที่​โตพอควร​ ​มามัดขา​แยก​ไว้​ 4
หลัก​ไม่​ให้​เดินไปไหน​ ​จาก​นั้น​นำ​เหล้า​ใส่​เข็มฉีดยามาฉีด​ให้​วัวไปเรื่อยๆ​
ให้​วัวทานอาหารบ้าง​เล็ก​น้อย​ ​แต่​จะ​หนักไปทาง​ ​ฉีดเหล้า​ให้​วัว​
วัว​จะ​มึนงง​ไม่​รับรู้​ ​พอ​จะ​ปรุงก็จับวัวมัด​ไว้​แล้ว​ย่างสดๆ​ ​วัว​จะ​ทุรนทุรายมาก​
เค้าว่า​กัน​ว่า​ถ้า​จะ​ทาน​ให้​อร่อย​ต้อง​แล่​เนื้อตอนที่วัว​ยัง​ไม่​ตาย​ ​แล้ว​ก็​แล่​ไปเรื่อยๆ​จนมันตายไปเอง​

....​ยัง​สบายดี​กัน​อยู่​หรือ​เปล่ามีของแถม​ ​เป็น​น้ำ​ปลาลูกหมา​
เริ่ม​จาก​นำ​ลูกหมาตัว​เล็กๆ​มา​ใส่​ตุ่มโรยเกลือ​ให้​ทั่ว​แล้ว​ปิดฝาทิ้ง​ไว้​เกือบวันนำ​หมา​
ตากแดด​ ​แล้ว​ลอกหนัง​ ( ​มา​ถึง​ขั้นนี้หมาบางตัวก็ตาย​ ​บางตัวก็​ไม่​ตาย​ )
จาก​นั้น​ก็นำ​หมา​เปลือยๆ​ ​ใส่​ใน​ตุ่มโรยเกลือ​แล้ว​ใน​น้ำ​อะ​ไรสักอย่างลงไป​
แล้ว​ปิดฝาตุ่ม​ด้วย​หนังหมานั่นแหละ​ ​พอ​ได้​ที่ตามกรรมวิธีทำ​น้ำ​ปลา​ทั่ว​ไป​ ​เราก็​จะ​ได้​น้ำ​ปลาลูกหมา

 ===================

เฮ้อ....

 และขอต่อประเด็นด้วยเรื่องเล่า(~มั้ง) ของผู้ทำไก่กะทิ โปรดใช้วิจารณญาณการอ่านเอาเอง

credit: http://www.oknation.net/blog/print.php?id=127564 

วัฒนธรรมการกินของคนเรามีมากมายหลายแบบ

กินเพื่อ​อยู่​  ​กินเพื่อ​ความ​สุนทรีย์​  ​กินเพื่อ​ความ​เชื่อทางเสริมสร้างสมรรถภาพ

มีการคิด​ค้น​  ​และ​ค้น​หา​เมนู​เด็ดต่างๆ​  ​เช่น​  ​สมองลิง​ ​และ​อื่นๆ​อีกมากมาย

วันนี้​ได้​รับสูตรเมนู​เด็ดของท่านเจ้าของต้นตำ​หรับเมนูที่หลายท่านคงอยากลิ้มลอง

อร่อยเด็ด​  ​เจ้าของสูตรต้นตำ​รับท่านนั่งยันมา​  100 %

รสชาติที่ติดปากติดใจ​ผู้​ที่​ได้​ลิ้มรสมา​แล้ว​

อาจทำ​ยากพอสมควรแต่ก็คุ้ม​ ​และ​ทำ​ได้​จำ​นวนจำ​กัด

ดัง​นั้น​กลุ่มนักชิม​  (ชอบชิมฟรี​แล้ว​ให้​กระดาษติดฝาร้าน)

กลุ่มนี้​ไม่​ต้อง​มาชิมนะท่าน​ไม่​ว่า​เชลล์​   ​ก็​ไม่​ต้อง​มาชิม​   ​แม่ช้อยก็​ไม่​ต้อง​มารำ​

หมึกดำ​หมึกแดง​  ​ไม่​ต้อง​มา​   ​อร่อยช่อง​ 5  ​ของดสักพัก​  ​อ​.​ยิ่งศักดิ์​   ​ไม่​ต้อง​มารับรอง

สูตรนี้​เค้าบอกอร่อยจริง​และ​มีจำ​กัด

ท่านเจ้าของสูตร​ไม่​ปิดบังท่านอยาก​ให้​นำ​ไปทำ​รับประทาน​กัน​ใน​ครอบครัว

เมนูนี้คือ​  ​ไก่กะทิ

ขั้นตอนการทำ

1.  ​ซื้อไก่​เป็นๆ​อายุประมาณ​ 30  ​วัน

2.  ​หาพื้นที่ดิน​  ​ขุดหลุม​ใหญ่​กว่าตัวไก่​เล็ก​น้อย

3.  ​นำ​ไก่​ใส่​ลงไป​ใน​หลุม​  ​ฝังกลบพอหลวมๆ​  ​ให้​คอไก่​โผล่พ้นดิน

4.  ​นำ​หลอดฉีดยา​  ​ดูดนำ​กะทิสด​   ​แล้ว​บีบหยด​ใส่​ที่ปากไก่​  ​หยด​ใส่​ทุกวัน​ 

วันละ​ 3  ​เวลา​  ไม่​ต้อง​ให้​น้ำ​หรือ​อาหาร​ใดๆ​แก่​ไก่​เพื่อรสชาติที่อร่อยเด็ด

5.  ​หาสุ่ม​หรือ​อุปกรณ์ป้อง​กัน​สัตว์​อื่น​มาทำ​ร้ายครอบ​ไว้

6.  ​ควรทำ​เพื่อ​ให้​เพียงพอต่องานเลี้ยง​  ​และ​แขกที่มาร่วมงาน

7.  ​เมื่อทำ​ครบ​ 15  ​วัน​แล้ว​จึง​นำ​ไก่ขึ้นมาปรุงอาหาร

8.  ​เตรียมเครื่องปรุง​ให้​พร้อม​ไม่​ว่า​จะ​ต้ม​หรือ​ย่างก็อร่อย

เพราะ​เนื้อไก่ชุ่มไป​ด้วย​ไขมันกะทิ​  ​เนื้อนุ่ม​  ​หอมหวานมัน

9.  ​ไม่​ต้อง​เสียเวลาถอนขน​เพราะ​ขนไก่​จะ​หลุดร่วง​เนื่อง​จาก​ความ​ร้อน​ใน​ดิน​แล้ว

10.  ​เครื่อง​ใน​  ​จะ​สะอาด​เพราะ​มีการขับถ่ายออกหมด​แล้ว​ได้​กินเฉพาะกะทิสด

       ​หลัง​จาก​งานเลี้ยงวันเกิดของท่านเจ้าของเมนูผ่านไป​ไม่​นาน​ 

ท่าน​ได้​มี​โอกาสเล่า​ให้​ข้าพเจ้าฟัง​และ​ให้​นำ​ไปเผยแพร่

เพื่อ​ความ​เข้า​ใจต่อโลก​  ​เหตุ​แห่งการเกิด​  ​และ​ผลที่มา​จาก​เหตุ​ ​ดียิ่งขึ้น

         ​แขกที่มา​ใน​งานวันเกิดของท่านเจ้าของสูตรยอมรับ​ใน​รสชาติ

อร่อยติดปาก​  ​รสชาติติดใจ​  ​และ​อยากกลับมาลิ้มรสชาติอีกครั้ง

เมื่อทุกคนอิ่มหนำ​สำ​ราญ​จาก​งานเลี้ยง​แล้ว​ก็​แยกย้าย​กัน​กลับบ้าน

อีกสองวันต่อมา​เกิดพายุฟ้าคะนอง​  ​ลมกระ​โชกแรง

ฝนตกตลอด​ทั้ง​วัน​  ​จน​ถึง​เย็นลมแรง​เข้า​มาอีกระลอก

บ้านท่านเจ้าของสูตรนี้​ซึ่ง​เป็น​บ้านชั้นเดียว​ใต้​ถุนสูง

พังลงมา​   ​และ​บ้านหลัง​อื่นๆ​ที่ห่างออกไปก็​ได้​รับ​ความ​เสียหาย

พอสมควร​  ​หลังคาสังกะสีพังปลิวลงมาทำ​ให้​ฝนที่ตกสาด​เข้า​ไป​ใน​บ้าน

จนรุ่ง​เช้า​ฝนก็หยุดตก​  ​ชาวบ้านก็ซ่อมแซมหลังคาบ้านบ้าง​ ​จัดเก็บของที่​ยัง​ไม่​เข้า​ที่

บางช่วงก็​ยัง​มีฝนพรำ​มา​เป็น​ระยะ​  ​กว่า​จะ​เรียบร้อยก็​เข้า​สู่ค่ำ​คืนอันเหน็บหนาว

และ​เปียกปอน​  ​จนรุ่ง​เช้า​ฝนหมด​จาก​ฟ้าหลายคนเริ่มออกไปทำ​งาน​แล้ว​เดินผ่าน

มาพบบ้านท่านเจ้าของสูตรเมนู​เด็ด​  ​ที่​อยู่​ห่าง​จาก​เพื่อนบ้านมาก​นั้น​ได้​พังลงมา

น่า​จะ​ตั้งแต่วัน​หรือ​ไม่​ก็คืนแรกที่มีพายุ​แรงจัดพัด​  ​ผ่านมาตั้งสองวัน​แล้ว​พวก​เขา​ก็

ตามหา​เจ้าของบ้านแต่​ไม่​พบ​  ​จึง​ได้​เข้า​ไป​ช่วย​จัดบ้านที่พังระ​เนระนาด

สักพัก​ได้​ยินเสียงร้องครวญครางแว่วมา​จาก​ใต้​สังกะสี

จึง​ไปเปิดดูพบท่านเจ้าของบ้านนอนหายใจระรวยระริน

จึง​นำ​ส่งอนามัยหมู่บ้าน​ ​แต่อาการ​ไม่​ดี

จึง​ส่ง​เข้า​รับการรักษาที่​โรงพยาบาลประจำ​อำ​เภอ

         ​แม้ว่า​ไม้ที่ทำ​ขื่อบนหลังคา​จะ​ทับกลางลำ​ตัวขยับ​ไม่​ได้

แต่ก็​ได้​น้ำ​ที่​ไหลซึมผ่านรอยรั่วที่ตีปูของสังกะสี

กิน​โดย​ที่กว่า​จะ​หยด​เข้า​ปาก​  ​ก็​ได้​กินทีละหยดทีละหยด

จึง​รอดออกมา​ได้​   ​คล้าย​กับ​วิธีที่ท่าน​ได้​หยดน้ำ​กะทิสดทีละหยด​ให้​ไก่กิน

และ​เมื่อ​ไม่​นานท่านเจ้าของสูตร​ได้

บอก​ให้​ผู้​ที่อยากชิม​  ​ลิ้มลองอาหารแบบ​  ​เมนูนรก

ลองไปฝึกทำ​แจกเพื่อนๆ​ได้​ลองลิ้มชิมรสเพื่อ​ความ​อร่อย

ที่​จะ​เกิด​และ​พบ​ได้​ใน​ชาตินี้อย่างมี​ความ​สุข​............................

โดย​ที่​ไม่​ต้อง​รอ​ความ​สุขของชาติหน้า​  ​ชาติหน้า​จะ​เป็น​อย่างไรช่างมัน

ท่านใจกว้างมากที่​ไม่​ได้​หวงสูตร​ไม่​ปิดบังเคล็ดลับ​ความ​อร่อย

ผู้​ที่​ได้​รับรู้​เมนู​เด็ดทุกท่าน​ต้อง​ขอขอบคุณท่านเจ้าของสูตรอย่างยิ่ง

ที่​ใจดีสุดๆ​ครับ​  ​และ​ท่านก็มี​ความ​เอื้อเฟื้อต่อ​ผู้​อื่น

แม้ว่าท่าน​จะ​ป่วย​ต้อง​นั่งรถเข็ญ​   ​จาก​เหตุการณ์พายุพัดบ้านพังก็ตาม

ทำ​ให้​ขยับตัว​ไม่​ได้​  ​คล้าย​กับ​วิธีการเลี้ยงไก่ของท่านก็ตาม

ขอ​ให้​ท่านหายป่วยกลับมา​เดิน​ได้

ไม่​ต้อง​นั่งรถเข็ญตลอดชีวิตนะครับท่าน

แม้ว่าหมอ​จะ​บอกว่าหมดหวังก็ตามที​ 

ขอ​ให้​ปาฏิหาริย์มีจริง​ด้วย​เถิด​.........

               ​ยามว่าท่านเล่า​ให้​ฟังว่า​...........................

ท่านนั่งเฝ้ามองหลุมจำ​นวนมากที่ว่า​เปล่า​ไม่​มี​ไก่ฝัง​อยู่​อีก​แล้ว

แต่ท่านก็​ไม่​ได้​บอกว่าท่านคิดอะ​ไร​กับ​หลุม​นั้น​  ​หรือ​ว่าคิด​ถึง​รสชาติของไก่ทะทิ

แต่คง​เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่ท่าน​จะ​ทำ​มันขึ้นมา​ได้​อีก​  ​ตลอดชีวิตท่าน

เพราะ​สภาพร่างกายของท่าน​ไม่​เอื้ออำ​นวยอีก​แล้ว

คง​ต้อง​เผยแพร่​เฉพาะสูตรเพื่อ​ให้​ผู้​อื่น​ได้​ทำ​ตาม​  ​และ​ได้​ผลเช่นท่าน

ได้​ประสบมา​  ​และ​กำ​ลังประสบ​อยู่​............................................... 

หวังว่า​เมนูนี้คง​อยู่​ใน​ความ​ทรงจำ​ของ

ท่านเจ้าของต้นตำ​รับตลอดไป​ไม่​มีวันลืม

โชคดีครับท่านเจ้าของต้นตำ​รับเมนูนรก​.....................​ไก่กะทิ​...........................

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีด้วยอะ อ่านแล้ว คนเรานี้ชั่งเบียดเบียนสัตว์ร่วมโลกจิงๆๆ

#1 By มาม่า (125.26.3.229) on 2008-03-19 19:02


>>> อ่ะ... ง่ะ... อึ้ง...

คนเรา สักแต่กิน...


.

#2 By _1986 on 2008-03-19 19:08

โอ๊ก

ไม่น่าอ่านหลังกินข้าวเลย
น้ำปลาลูกหมา

ปล. มีจริงหรือเปล่า

#3 By WhiteMapleS on 2008-03-19 19:16

นรกจริงๆ

#4 By neverbeen kiss* on 2008-03-19 20:08

ได้อ่้านแบบยาวๆแล้วน้ำตาจะไหล... โหดมาก

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-19 20:18

ไม่อยากเชื่อเลยครับ ว่ามีแบบนี้จริง
(ไม่เคยกินด้วยนะ)
แต่เท่าที่อ่านดูเป็นเหมือนกุศโลบายในการเขียนมากกว่า
ว่า "กฎแห่งกรรม มีจริง"
แล้วคนที่ทำ บอกได้คำเดียวว่า "อุตริ" ครับ
ความจริงแล้วบอกว่าเป็นอาหารอีสาน ก็ไม่ใช่่จะถูกต้องนัก
เช่นเดียวกับการกินเนื้อหมา(สุนัข)ของคนในจังหวัดสกลนคร
ถ้าพูดแบบนี้ก็ใช่ว่าจะถูกต้อง
เพราะผมมีเพื่อนเป็นคนสกลฯ เคยไปสกลฯ ไม่เห็นจะมีหัวหมาแขวนในตลาดเหมือนว่ากัน หากแต่ความจริงแล้วมีเพียงที่ท่าแร่เท่านั้น ที่เป็นแหล่งฆ่า และจำหน่าย หาได้ถูกสนับสนุนด้วยคนทั้งจังหวัด หรือจากผู้ว่าราชการจังหวัดสักหน่อย
ถ้าหากว่า "เมนูโหดของชาวอีสาน" ก็คงจะไม่ถูกต้อง 100% ครับ ขอยืนยันเหมือนกัน
เพราะผมก็เกิดในการอีสาน โตในภาคอีสาน ทั้งในเมือง บ้านนอก ไม่มีการกินแบบนี้จนเรียกได้ว่า "วัฒนธรรมการกิน" เหมือนที่ได้ยกตัวอย่างมาในบทความที่เป็นตัวหนังสือสีฟ้าแน่นอนครับ

ขออภัยด้วยหากคอมเมนต์ยาวไปหน่อยนะครับ

ต้องขออภัยด้วยนะครับ ขออนุญาตพูดแทนคนอีสานที่เหลือนะครับ
^______________________^



ข้อสงสัยของผม(คนเดียว)นะ
แล้วทำไมกินกะทิ เนื้อต้องเต็มไปด้วยกะทิด้วยล่ะ?
ในกะทิประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ไขมัน เวลาย่อยแล้วกลายเป็นกรดไขมัน
โปรตีน ย่อยแล้วกลายเป็นกรดอมิโน
น้ำตาล กับแป้ง ย่อยแล้วก็กลายเป็นกลูโคส
แล้วถ้าผมกินแต่ข้าวผัดกะเพรา เนื้อผมจะรสเหมือนผัดกะเพราะหรือเปล่าเนี่ย????

#6 By apple666 (Nopphasul) on 2008-03-19 21:02

พ่อผมคนอีสานนะฮะ ^__^!
ไม่ได้เจตนาว่าคนอีสานหรอก แต่เมนูนี้มันอยู่ในภาคอีสานน่ะ

#7 By shuu (58.64.107.232) on 2008-03-19 21:38

ขอบคุณครับ ที่ยังมีคนสนใจเมนูปะหลาดพวกนี้

ช่วย ๆ กันรณรงค์ครับ เชื่อว่าเมนูโหดพวกนี้คงต้องหมดไปจากสังคมซะที ทรมานมันเปล่า ๆ โดยใช่เหตุนะครับ big smile

#8 By MoMo on 2008-03-19 22:42

เคยได้ยินมาเหมือนกันครับ... แต่คิดว่าสักวันหนึ่งตัวเองคงไม่ไปเจออะไรอย่างนี้ เพราะการกระทำทั้งหลายแหล่มันนอกเหนือจากการบริโภคเพื่อดำรงชีวิตไปมากแล้ว....... ยิ่งนึกแล้วก็เศร้าใจ

ล่าสุดเพิ่งดูข่าวตัวนิ่มก็ยิ่งเศร้าใจ

#9 By ปอนปอน on 2008-03-20 15:54

เป็นเมนูอาหารที่โหดร้ายมากทีเดียว

อร่อยบนความทุกข์ทรมานของสัตว์อื่น
กรรมเลยตามสนองในพริบตาHot! Hot!

#10 By MayaKniGht on 2008-03-20 17:59

http://momomania.exteen.com/20080318/entry-1/page/2

http://thaina.exteen.com/20080319/entry

ผมผิดหรอครับ angry smile

#11 By MoMo on 2008-03-21 00:33

รับประกันด้วยเกียรติ คนอีสานครับ นั่นไม่ใช่เมนู จาก อีสาน(ตะวันออกเฉียงเหนือ) ของไทยแน่นอนครับ


โห... แต่ละเมนู sad smile
ตอบคุณ MoMo...รายนั้นเถียงไปก็เปล่าประโยชน์ครับ เจ้าของบล็อกท่านอื่นก็เอือมระอาเช่นกัน อย่าว่าแต่คุณเลยครับ