Google
 

เพราะ​....​ที่บ้าน​ไม่​เคยบอกเรา​และ​โรงเรียนก็​ไม่​เคยสอนเรา​ให้​รู้จักบริหารเงินมาก่อนจริงๆ​ ​คุณครู​ไม่​เคย​ให้​การบ้านเลขคณิต​โดย​อิง​จาก​ค่าขนมที่​เรา​ได้​รับ​จาก​ที่บ้านลบค่า​ใช้​จ่ายประจำ​วันที่​ต้อง​เกิดขึ้นตั้งแต่ออก​จาก​บ้านมา​ถึง​โรงเรียน​ ​และ​กลับไป​ถึง​บ้านอีกครั้งจน​เข้า​นอน​ ​เหลือ​เท่า​ไหร่​จาก​นั้น​คือเงินออม​และ​เราควรออม​เท่า​ไหร่​ ​ออม​ได้​แล้ว​เอา​ไปทำ​อะ​ไรต่อ​???? ​ไม่​มี้​ !!

สรุปเนื้อหา- ​ซื้อเมื่อมี​เงินสด​เท่า​นั้น ไม่ใช้เงินพลาสติก(เครดิต)

- ​ยกเลิกบัตรเครดิต​ ​เหลือ​ไว้​ 1 ​ใบ​ใช้​เมื่อฉุกเฉิน​ ​เข้า​โรงพยาบาล​ ​ไปต่างจังหวัด

- ​ให้หัก 10% เป็นเงินออมเผื่อป่วย

- ​อย่าซื้อของ​ซ้ำ​ซาก​ ​เช่นกระ​โปรง​ 3-4 ​ตัว​ ​โละของเก่าทิ้งก่อนค่อยซื้อ​ใหม่​ ​ซื้ออย่างละตัว

- ​อย่ามีราย​ได้​จาก​งานประจำ​แหล่งเดียว​ ​หัดหา​เงิน​เล็ก​น้อย​จาก​แหล่ง​อื่นๆ

- ​ก่อนซื้อถามตัวเองทุกครั้งว่า​ ​อยาก​ได้​ ​หรือ​ ​จำ​เป็น

- ​ถ้า​คิด​จะ​ลาออก​จาก​งาน​ ​ต้อง​มี​เงินออม​ 6-12 ​เดือนก่อนค่อยออก

- ​เมื่อผ่อนรถหมด​ ​จงนำ​เงินที่​เคยผ่อนมา​เก็บ​เป็น​เงินออมต่อ​ ​อย่านำ​ไป​ใช้​ฟุ่มเฟือย​เพราะ​ปลดหนี้หมด​แล้ว- ​ห้ามก่อหนี้​ใหม่​เด็ดขาด​ ​เช่น​ ​หนี้บัตร​ ​ผ่อนบ้าน​ ​ท่อง​ไว้​ ​มี​เงินสดค่อยซื้อ

- ​เขียนรายการของก่อนใช้เงินเสมอ

-อยากมีอิสรภาพทางการเงิน ให้ออม ออม ออม จนมีเงิน 50%ค่อยซื้อกองทุนรวมให้เงินงอกเงย

 

อ่านแล้วดีครับ..เป็นการเงินแบบ Spirituality เน้นจิตวิญญาณคือมีความสุขกับการใช้เงิน

ถ้าแบบพ่อรวยสอนลูกจะออกแนว "ลูกทุ่ง" นิดนึง คือแชร์ประสบการณ์เอา

แบบธรรมดาที่สุดคือ ทฤษฎีล้วน มีสมการโน่นนี่เต็ม (แต่ใช้จริงไม่ค่อยจะได้)

ความเห็นส่วนตัว

เห็นด้วย:

ให้ตัดรายจ่ายฟุ่มเพือยไป ไม่ให้พึ่งบัตรเครดิตเพราะจะเป็นหนี้ สอนให้เห็นว่ามีเงินมากใช่ว่าจะคุณภาพชีวิตดี

ไม่เห็นด้วย:

หนังสือเล่มนี้เน้นการออมมากเป็นพิเศษ ให้ออมแล้วเข้าธนาคารหรือกองทุนรวม....

แต่ตอนนี้ ในทางปฏิบัตินั้นยาก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ลองคิดดูนะ เงิน 20000 ออม 10% คือ 2000 บางทียังไม่พอเลยด้วยซ้ำ ค่าน้ำมันสูงปรี๊ดขึ้นเรื่อยๆ

ธนาคารดอกเบี้ย 0.75% ....กว่าจะให้เงินงอกเป็นสองเท่าต้องใช้เวลา 72/0.75 ~= 72 ปีกว่าๆ ได้ - -a

อีกอย่างคือทัศนคติที่ว่า "ทำสิ่งที่ชอบเงินจะตามมาเอง" ผมก็เห็นเศรษฐีหลายคนทำสิ่งที่ไม่ชอบนะครับ...บางคนจบหมอ เพราะเงินดีไม่ใช่เพราะอยากเรียนจริงๆก็มี คนจบวิศวะเพราะไม่ได้ชอบแต่เงินดีก็มี

 

มีอีกข้อคือ หนังสือนี้เขาเขียนว่า "การหาเพิ่ม ทำเพิ่ม เป็นความเข้าใจผิด" แม่ค้าที่ขายส้มตำต้องขายโน่นนี่เพิ่มเยอะแยะก็มี ไม่หาเงินเพิ่มจะทำได้อย่างไร...- -a

เห็นด้วยกับการออมครับ แต่การออมไม่ทำให้จน ไม่ทำให้รวย ต้องมุมานะและอดเปรี้ยวไว้กินหวานต่างหากถึงจะถูก ไม่เชื่อลองดู เศรษฐีเป็นตัวอย่างสิว่าเค้าปากกัดตีนถีบแค่ไหน...เช่น คุณตันโออิชิ เนี่ยตัวอย่างที่เห้นชัดมาก

 

แต่โดยรวม ดีครับ เหมาะแก่ผู้เริ่มต้นที่ออกมาเผชิญชีวิตอย่างดี ให้ 7/10 ครับ

edit @ 18 Feb 2008 21:43:37 by Shuu

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหมือนเอามาจากหนังสือ เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอย ของครูโจเลย
ขอบอกว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ควรมีเลยครับ

น่าจะมีการให้เครดิตกันนะครับ แต่หากคุณไม่รู้แหล่งจริงๆก็ขอโทษด้วยครับ

#1 By คนธรรมดา on 2008-02-18 21:32

อมเงินไม่มีอด เอ๊ย ออมเงินไม่มีอด :P
แต่เห็นด้วยนะพวกเรื่องก่อหนี้อ่ะ
ตัดๆไปได้รายได้ก็เพิ่มเอง
อย่างธุรกิจงี้ การทำกำไรสูงสุดไม่ได้มาจากยอดขายที่สูงนะ
แต่มาจากการใช้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดตะหาก

แล้วๆเรื่องออกจากงาน
ผมว่าก่อนออกนอกจากออมไว้แล้ว
ก็ต้องหาที่ใหม่ให้ได้ก่อนดีกว่าน่ะ big smile
เป็นเรื่องที่ทำยากกกกกส์มากกก! ฮื่อๆๆๆๆๆ

อยากช็อปปปป โฮ้กกกก

#3 By boon boon on 2008-02-19 01:01

#1 อ่าใช่ครับ ก็ entry นี้วิจารณ์หนังสือน่ะครับ แต่ตอนคุณมาไม่ได้มีรูปหนังสือพอดีน่ะครับ :)

#4 By shuu (158.108.234.109) on 2008-02-19 09:18

เราว่าเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆนะ อธิบายวิธีออมเงินแบบง่ายๆดี อ่านแล้วไม่งง

ที่เหลือก็แค่หาเงินมาออมนี่ละน้า



#5 By preme (125.24.102.156) on 2008-02-19 10:22

จะออมเงินเมื่อไหร่ มีเรื่องต้องจ่ายทุกทีเลยsad smile

#6 By Duoartists in phuket on 2008-02-19 17:08

ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้นะครับ แต่จากที่คุณรีวิวให้นั้น ผมคิดว่าพ่อรวยเจ๋งกว่าในแง่สอนเป็นปรัชญา เพราะพอมีปรัชญาขึ้นใจแล้ว การวางแผนที่ตามมาก็ควรจะสอดคล้องกับปรัชญาเอง แต่นั่นก็ถ้าคนทำมีวิสัยทัศน์พอสมควรน่ะนะ ถ้าเป็นคนทั่วๆ ไป คิดง่ายๆ ทำง่ายๆ ผมว่าหนังสือเชิงปฎิบัติเล่มนี้ก็น่าจะดีครับ

ยังไงเดี๋ยวจะลองไปหาอ่านฟรีที่ห้องสมุดดู ขอบคุณที่แนะนำครับ big smile

#7 By PastelSalad on 2008-02-19 22:31

#7 ผมชอบพ่อรวยมากกว่าเหมือนกันครับ เพราะพ่อรวยไม่เคยสอนเรื่องการออมทำให้หลุดจากวงรอุบาทว์ของงานประจำได้ ^^"