Positive thinking มองโลกบวก (2)
posted on 15 Jan 2008 10:34 by shuu in ETCอ่านมาจากท่าน ว. วชิรเมธี นำใส่บล็อกซะเลยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า
คราวหนึ่งขณะที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จเยือนเมืองเวรัญชา เวรัญพราหมณ์กล่าวตำหนิพระองค์อย่างรุนแรง แต่พระองค์กลับทรงยิ้มรับคำตำหนิของพราหมณ์ทุกข้อด้วยวิธีคิดแบบ "มองโลกในแง่ดี" หรือวิธีคิดเชิงบวก จนในที่สุดเวรัณพราหมณ์ต้องยอมค้อมคารวะหันมายอมรับนับถือพระพุทธองค์ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสมณะที่พึ่ง ทรงมองโลกในแง่ดีอย่างไร สังเกตได้จากคำโต้ตอบต่อไปนี้
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นคนไม่มีรสชาติ"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะรสแห่งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เราละได้หมดสิ้นแล้ว"
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นคนไม่มีสมบัติ"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะสมบัติคือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เราละได้หมดสิ้นแล้ว
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์ดีแต่สอน ไม่ให้ทำ"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเราสอนไม่ให้กระทำทุจริตทางกาย วาจา และทางใจ รวมคำสอนไม่ให้กระทำชั่วบรรดามีทั้งหมด"
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์สอนให้ทำลาย"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเราสอนให้ทำลายกิเลส คือราคะ โทสะ โมหะ รวมทั้งความชั่วบรรดามีทั้งหมด"
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นคนน่ารังเกียจ"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเรารังเกียจความชั่วทางกาย ทางวาจา ทางใจ รวมทั้งความชั่วบรรดามีทั้งหมด"
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นคนช่างกำจัด"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเราแสดงธรรมก็เพื่อสอนให้กำจัดราคะ โทสะ โมหะ รวมทั้งความชั่วบรรดามีทั้งหมด"
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นนักเผาผลาญ"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเราแสดงธรรมเพื่อเผาผลาญความชั่วทางกาย ทางวาจา ทางใจ "
-
พราหมณ์ : "พระโคดม พระองค์เป็นคนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด"
-
พระพุทธเจ้า : "ท่านพูดถูกแล้วพราหมณ์ เพราะเราละการปฏิสนธิในครรภ์และการเกิดใหม่ได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว การที่ท่านเรียกเราว่าเป็นคนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดจึงนับว่าถูกต้องแล้ว"
ไม่ว่าจะสรรหาคำต่อว่าที่รุนแรงเพียงไรมาใช้ พระพุทธองค์ก็ไม่กริ้ว กลับทรงยิ้มรับทุกคำต่อว่าอย่างมีความสุข คำต่อว่าที่พราหมณ์นำมาใช้นั้น ในสังคมอินเดียถือว่าเป็นคำต่อว่าที่รุนแรง(ด่า) แต่พระพุทธองค์กลับยิ้มรับ เพราะทรงนำคำเหล่านั้นมาใส่ความหมายเสียใหม่ พอเติมความหมายอย่างที่พระพุทธองค์ทรงนิยามให้ใหม่แล้ว คำต่อว่าก็เลยกลายเป็นคำชม
เวรัญพราหมณ์ตั้งใจมาด่า แต่กลับกลายเป็นว่ามายกย่องพระพุทธองค์ไปเสีย ในที่สุดเมื่อไม่สามารถทำให้พระพุทธองค์ทรงกริ้วได้ เวรัญพราหมณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง และได้ปฏิญาณตนเป็น พุทธมามกะนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนตลอดชีวิต
=========================================================
... หากเรามองโลกในแง่ดีแบบพระพุทธเิจ้าแล้ว นอกจากเขาจะสรรหาอะไรมาปักเรา เราก็สามารถรับไว้แล้วกรองของเสียแทนที่จะโต้ตอบกลับ และทำให้เขาหยุดได้ด้วยเนอะ
- เพื่อนนินทา--- จงคิดว่าเรามีดีแน่ เพื่อนเลยอิจฉาเลยต้องนินทา
- ขายของไม่ได้ --- คนซื้ออดใช้ของดีที่เราจะขายเลยน่ะ
- ไอ้เพื่อนเวร ทำไมต้องมีมันในโลกวะ ---มีมันก็ดีสิ ทำให้เราดูเป็นคนดี (เหมือนเทวทัตที่ก่้อกรรมไว้มากแต่ก็มีส่วนทำให้พระพุทธเจ้าบรรลโพธิญาณ
- ล้มเหลวในชีวิต--- คิดซะว่าเป็นบทเรียน
- อ่านหนังสือแทบตายได้คะแนนน้อย ---ขนาดอ่านแทบตายได้เท่านี้ ถ้าไม่อ่านสงสัยได้ 0 แน่ๆ
- มีคนว่าเราอ้วน --- ก็ดีเวลาผอมเค้าจะได้สังเกตด้วย
- คนชั่วมาปกครองบ้านเมือง -- ก็ดีจะได้รู้ไปเ้ลยว่าชั่วจริงไม่จริง
- เจ็บ --- จะได้รู้ว่าต่อไปได้เลี่ยงไม่ให้เจ็บ หากจับกาน้ำแล้วไม่เจ็บไม่ร้อน มือคงพุพองไปแล้ว
- อกหัก --- เออดี มีคนดีๆแบบกูแล้วไม่เอา ไปเอาไอ้หน่อมแน้มข้างบ้าน
อ่านึกไม่ออกละ เหมือนเข้าข้างตัวเอง แต่ถ้่าคิดแบบนี้มันจะทำให้เราไม่เครียดนะ
เครียดแล้วแก่เร็วนะเอ้อ
edit @ 15 Jan 2008 10:48:24 by Shuu
edit @ 24 Jan 2008 13:26:20 by Shuu
นี่หละครับ วิธีคิด + ของผม
#1 By iMase on 2008-01-15 15:54