ต่างคนต่างมุมมอง
posted on 12 Nov 2007 17:00 by shuu in ETCเพื่อนสองคน A กับ B กำลังจะจบปีหน้า คนคุยกันเรื่องสมัครงานในอนาคต และมา requirement อย่างหนึ่งคือ
start 22000 ซึ่งเป็นเงินที่เยอะพอควรสำหรับคนที่จบใหม่ๆ
และมารู้จากวงในว่าโบนัสเงินเดือนมีดังนี้ (นี่เป็นเลขสมมติ แต่ในความเป็นจริง ก็ประมาณนี้แล)
เกียรตินิยม + 500 บาท
จบโท +1500
จบโทจากอเมริกา +2000
จบโทจาก ออสเตรเลีย และอังกฤษ +1800
บรืษัทห้ามทำ Job ที่สองเพิ่ม มิฉะนั้นจะถูกไล่ออก เนื่องจากเป็นนโยบายของบริษัทเพื่อต้องการให้ทุกคนให้เวลากับบริษัทมากหน่อย (แลกกับเงินเดือนที่สูงพอควร)
มาดูความคิดของสองคนนี้ดู
A: "เออดีว่ะ เดี๋ยวเราว่าไปเรียนต่อโทนอกดีกว่า กลับมาจะได้เพิ่มขึ้นอีกซักเกือบๆ2000"
B: "อะไรกัน ...ไปเรียนนอกเกือบแสนเสัยเวลาไป 2-3 ปี เงินเดือนขึ้นแค่ 2000 เองเหรอ1 ปี จะใช้ไอ้ที่กูไปเรียนนอกเปล่าวะ"
A: " เรา เงินเดือนเยอะดี่ มั่นคงดี ถึงไม่ให้ทำจ๊อบนอก ก็ไม่เป็นไร เงินเยอะดี"
B: "~อะไรเนี่ย ใจขอเห็นกูเป็นม้าวิ่งชั้นดี ให้อาหารมาล่อ สุดท้ายก็บังคับให้ทำงานกับบริษัทอย่างเดียว ไม่ให้ทำอย่างอื่นเลยเหรอ ? ซื้อสมอง แรงกายกูด้วยเงินเหรอ? "
A: " ใครๆก็ทำกันน่าคิดไรมาก เก็บตังก์ซักก้อน ศึกษาไป เดี๋ยวก็มาเปิดของตัวเองได้"
B: " แล้วกี่ปีวะ กว่าจะเก็บได้ครับ???"
A:" ไม่รู้ว่ะเรื่องของอนาคตใครจะคาดเดาได้"
B:" กูไปสมัครบริษัทอื่นดีกว่าแล้วรับงานอื่นเพิ่มดีกว่า ไปเรียนต่อนอกเพื่อให้เงินเพิ่มแค่ 2000/เดือนดีกว่า"
....
A กับ B กรอบความคิดหรือ กระบวนทัศน์แตกกต่างกันตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่แปลกว่าทำไมคนฉลาดเท่ากันแต่มองอะไรไม่เหมือนกัน...
ใครเคยดู Final Score มั้ยครับ มีน้องคนนึงที่ผมงงความคิดเค้ามาก
"ผมอยากเรียนวิศวะโยธาครับ เพราะ คุณพ่อผมเคยเป็น และประสบความสำเร็จ "
วิดวะโยธาก็ไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับ แต่เหตุผลของน้องเค้าคือ น้องเค้าเอาความคิดสมัย 30 ปี ที่ถนน หรือทางด่วนยังมีไม่มาก สมัยนั้น คณะที่ไม่มีใครเข้าเลยคือวิศวะคอม (ที่ผมเรียนอยู่นี่แหละ) ครับ ใครเรียนวิดวะคอมคือไม่เท่ห์ แต่ใครเรียนโยธาสมัยนั้นคือเก่งมาก แต่ถามหน่อยเถอะ ถ้าเป็นตอนนี้ทางด่วน สนามบิน เต็มประเทศแล้ว จะเหลือก็พวกรถไฟฟ้าเองกระมัง...
ผมเองก็เจอความคิดแบบนี้เหมือนกันครับ จากคุณย่าผม มาเชียร์ให้ผมเรียนหมอ บอกว่ามั่นคงดี.. (Start 8000มั่นคงดีเนอะ) ...ไม่ได้แปลว่าหมอไม่ดีนะครับ แต่อยากจะบอกว่า คุณย่าผมเอาความคิดโบราณมาคิด สมัยนี้หมอถูกฟ้องเยอะมาก คนไข้โรคจิตก็เยอะมาก ไม่แปลกใจที่ทำไมหมอถึงลาออกกันเยอะ ค่ารักษาก็คิดแพงลิบลิ่ว...
อีกตัวอย่าง
แม่ : "ลูกใช้โทรศัพท์บ้านนะ ถูกดี กด 001 เร็วดี"
ลูก : "ลูกว่า Skype เร็วกว่านะแม่ ค่าโทรก็ไม่เสีย'
แม่ : "ไม่จริงอ่ะลูก ก็แม่ใช้โทรศัพท์บ้านมาตลอดมันก็ต้องเร็วสุุดสิ"
-------
นี่ก็อีกตัวอย่างที่เห้นได้ชัดครับ ผู้ใหญ่เอาความคิดโบราณมาคิดในสมัยใหม่
มีอาจารย์ผมคนนึงครับพูดมาว่า "ใช้โทรศัพท์บ้านก็พอแล้ว มือถือใช้ทำไม ไม่ชอบให้ใครตามตลอด 24 ชม ซํกหน่อย"
อันนี้ผมเกรงว่า อาจรย์ท่านคงลืมไปว่าพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ฺ กับประโยชน์ของมือถือ มันคนละเรื่องกันครับ เกิดวันนึงมีเหตุฉุกเฉิน ผมว่าอาจารย์ท่านนี้คงรู้สึกตัวได้กระมังเหมือนพวกไม่เชื่อว่าจะเกิด สึนามิต้องรอให้ญาติตายก่อนถึงจะระวังตัวกระมัง...
วันนี้อาจจะแรงไปนิดนะครับ แต่ผมชักเบื่อเต็มทีกับกรอบความคิดที่ไม่เท่ากัน หลายคนไม่เห็นด้วยกับผมก็ไม่แปลกครับ ว่าทำไมผมชอบเอาญาติผู้ใหญ่มาประจาน แต่ขอให้พิจารณาดูครับว่าสิ่งที่ผมเสนอเป็นข้อเท็จจริงทั้งสิ้น...
ต่อจากนี้เป็นข้อคิดเห็น
- เหมือนไดโนเสาร์บางตัวที่ความคิดว่าเล่นเพลงต้องเล่นในเครื่องเล่น CD ไม่ใช่เล่นกับคอม เลยใส่ไวรัสไว้ในแผ่นเพลง
- เหมือนไดโนเสาร์บางตัวที่ไม่อ่านเว็บ
- เหมือนควายบางตัวที่คิดว่าคนอายุต่ำกว่า 25 ปีต้องมีวิจารณญาณในการดูหนังแต่่ ทีเลือกตั้งเสือกให้เลือกตอนอายุ 18...
edit @ 12 Nov 2007 17:30:02 by Shuu คุง
โดนใจมาค่ะ
ไม่งั้น คงไม่ได้มากำกับกระทรวงนี้หรอก
เพราะน้าสาวทำอยู่กับพวกไฟแนนซ์
แล้วได้เงินเดือน 4-5 หมื่น
โชคดีที่เราไม่เชื่อแม่
เลือกเรียนคณะที่ใจรัก
ถึงจะโดนแม่ด่า
แต่ต่อมาไฟแนนซ์ล้ม 58 แห่ง
น้าสาวตกงาน แม่ถึงได้เข้าใจสัจธรรม
#1 By ๛‘‘๏ SiSSY ๏’’๛ on 2007-11-12 22:37